
ตั้งใจมาขูดหินปูนตามปกติ แต่ทันตแพทย์บอกว่าต้อง "เกลารากฟัน" ต้องฉีดยาชา และอาจต้องมาสองครั้งหรือมากกว่านั้น หลายคนกลับบ้านพร้อมคำถามเดียวกัน ว่าจำเป็นจริงไหม ต่างจากขูดหินปูนตรงไหน จะเจ็บหรือเปล่า และทำแล้วฟันจะโยกไหม
คำตอบสั้น ๆ ชวนสบายใจ ทั้งสองอย่างกำจัดสิ่งเดียวกัน คือเชื้อแบคทีเรียและหินปูนที่เป็นต้นเหตุของโรคเหงือก ต่างกันที่ "ตำแหน่ง" ขูดหินปูนทั่วไปทำที่ตัวฟันเหนือเหงือกและใต้ขอบเหงือกเพียงเล็กน้อย ส่วนเกลารากฟันลงไปทำความสะอาดผิวรากฟันในร่องเหงือกที่ลึก ซึ่งแปรงสีฟันและการขูดหินปูนปกติเข้าไม่ถึง งานวิจัยรวมขนาดใหญ่แสดงว่าเป็นการรักษาขั้นแรกที่ได้ผลดีสำหรับโรคปริทันต์ และคนส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ในวันเดียวกัน
บทความนี้พาคุณไล่ตั้งแต่การตัดสินใจจนถึงหลังทำ มีเช็กลิสต์สั้น ๆ ตารางเทียบสองการรักษา ความหมายของตัวเลขร่องเหงือก ขั้นตอนทีละขั้น ไทม์ไลน์การรักษา การดูแลตัวเองหลังทำทีละวัน ผลที่งานวิจัยบอกว่าคาดได้ ยาปฏิชีวนะและเลเซอร์ช่วยได้แค่ไหน ความเชื่อที่พบบ่อย สัญญาณที่ควรโทรหาคลินิก และคำตอบของคำถามที่คนค้นหามากที่สุด
สรุปสั้น ๆ: ขูดหินปูนทั่วไปทำความสะอาดเหนือเหงือก เหมาะกับเหงือกปกติหรือเหงือกอักเสบเล็กน้อย ส่วนเกลารากฟันทำความสะอาดรากฟันในร่องเหงือกที่ลึกเกินราว 3–4 มม. เพื่อรักษาโรคปริทันต์อักเสบ ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ มักทำทีละบริเวณ แล้วนัดตรวจซ้ำเมื่อเหงือกหายดี และนัดดูแลต่อเนื่องเป็นระยะ
ขูดหินปูนพอไหม หรือต้องเกลาราก
คำตอบที่แน่นอนต้องมาจากการตรวจวัดร่องเหงือก แต่สัญญาณต่อไปนี้ช่วยให้คุณพอเดาได้ก่อนไปพบทันตแพทย์ว่าน่าจะอยู่กลุ่มไหน
ขูดหินปูนทั่วไปน่าจะพอ
- เหงือกสีชมพูและกระชับ มีเลือดออกบ้างนาน ๆ ครั้ง หรือไม่มีเลย
- ตรวจฟันและขูดหินปูนประมาณทุก 6 เดือน และมีหินปูนไม่มาก
- ฟันแน่นดี และขอบเหงือกไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม
อาจต้องเกลารากฟัน
- เหงือกมีเลือดออกบ่อยเวลาแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟัน เป็นมาหลายสัปดาห์
- ไม่ได้ขูดหินปูนมานาน และมีหินปูนแข็งเกาะชิดหรือลงไปใต้ขอบเหงือก
- ฟันดูยาวขึ้น มีช่องห่างใหม่ หรือเศษอาหารติดซอกฟันมากกว่าเดิม
- มีกลิ่นปากหรือรสชาติแปลก ๆ ที่กลับมาเรื่อย ๆ แม้แปรงฟันดีแล้ว
- สูบบุหรี่ หรือเป็นเบาหวาน ซึ่งทั้งสองอย่างสัมพันธ์กับโรคเหงือก
ควรนัดตรวจเร็ว
- ฟันโยก หรือรู้สึกว่าการสบฟันเปลี่ยนเวลาเคี้ยว
- เหงือกบวมเป็นหนอง หรือมีตุ่มที่เหงือกที่ยุบแล้วกลับมาใหม่
- เหงือกมีเลือดออกเอง ไม่ใช่แค่เวลาแปรงฟัน
ถ้าคำตอบส่วนใหญ่อยู่กลุ่มแรก การตรวจและขูดหินปูนตามปกติมักเป็นขั้นต่อไปที่เหมาะ ถ้าเห็นตัวเองในกลุ่มที่สองหรือสาม ให้นัดตรวจเหงือก ซึ่งจะวัดร่องเหงือกและให้คำตอบที่ชัดเจน
เลือดออกตามไรฟัน เหงือกอักเสบ ควรทำอย่างไร
เกลารากฟัน ต่างจากขูดหินปูนอย่างไร
ทั้งสองใช้เครื่องมือคล้ายกัน เวลานั่งเก้าอี้ทำฟันจึงอาจรู้สึกเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือความลึกที่ทำ เป้าหมาย และแผนการรักษาที่อยู่รอบ ๆ ตารางนี้เทียบให้เห็นทีละหัวข้อ

| หัวข้อ | ขูดหินปูนทั่วไป | เกลารากฟัน (scaling and root planing) |
|---|---|---|
| ทำความสะอาดตรงไหน | ตัวฟันเหนือเหงือก และใต้ขอบเหงือกเพียงเล็กน้อย | ผิวรากฟันในร่องเหงือกที่ลึก ใต้ขอบเหงือกลงไป |
| ใช้รักษาอะไร | ป้องกันโรค และเหงือกอักเสบที่กระดูกยังปกติ | โรคปริทันต์อักเสบ ที่เหงือกเริ่มหลุดจากผิวฟันและกระดูกเริ่มละลาย |
| ร่องเหงือกโดยทั่วไป | ไม่เกินราว 3 มม. | เกินราว 3–4 มม. มักมีเลือดออกเวลาวัด |
| ยาชา | มักไม่ต้องใช้ ถ้าเสียวบางจุดฉีดชาเฉพาะจุดได้ | ฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่ทำเป็นเรื่องปกติ |
| จำนวนครั้ง | มักเสร็จในครั้งเดียว | ครั้งเดียวแบบใช้เวลานาน หรือหลายครั้งทีละบริเวณ และนัดตรวจซ้ำ |
| การวัดก่อนและหลัง | ตรวจฟันและเหงือก ถ่ายเอกซเรย์ถ้าจำเป็น | วัดร่องเหงือกรอบฟันทุกซี่และเอกซเรย์ดูกระดูก แล้ววัดซ้ำหลังเหงือกหาย |
| หลังทำรู้สึกอย่างไร | ฟันลื่นสะอาด อาจเสียวเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ | เหงือกอาจระบมสองสามวัน ฟันอาจเสียวมากขึ้นช่วงหลายสัปดาห์ |
| ทำบ่อยแค่ไหน | คนส่วนใหญ่ประมาณทุก 6 เดือน | ทำเป็นการรักษาหลัก แล้วต่อด้วยการดูแลต่อเนื่องทุก 3–6 เดือนตามที่ทันตแพทย์แนะนำ |
ลองนึกภาพง่าย ๆ ขูดหินปูนทั่วไปเหมือนทำความสะอาดพื้นห้อง ส่วนเกลารากฟันเหมือนแคะทำความสะอาดร่องแตกบนพื้นที่สิ่งสกปรกสะสมลึกลงไป ร่องแตกนั้นก็คือร่องเหงือก และสิ่งสกปรกที่ติดแน่นอยู่ที่ผนังคือหินปูนและเชื้อโรคบนผิวรากฟัน
ร่องเหงือกลึกเท่าไร ต้องเกลาราก
รอบฟันทุกซี่มีร่องตื้น ๆ ตรงที่เหงือกแนบกับฟัน ในเหงือกปกติลึกราว 1–3 มม. และเครื่องมือวัดสอดเข้าไปเบา ๆ ได้โดยไม่มีเลือดออก เมื่อคราบจุลินทรีย์ค้างอยู่ที่ขอบเหงือก เหงือกจะอักเสบ ถ้าอักเสบต่อเนื่อง เส้นใยที่ยึดเหงือกกับฟันจะถูกทำลาย กระดูกรอบรากฟันเริ่มละลาย และร่องตื้น ๆ นั้นจะลึกลงกลายเป็น "ร่องลึกปริทันต์"

ร่องที่ลึกเป็นที่หลบซ่อนที่มีออกซิเจนน้อย เชื้อโรคจึงเติบโตได้ดี และคราบจุลินทรีย์จะแข็งตัวเป็นหินปูนเกาะบนรากฟัน แปรงสีฟันเข้าไปใต้เหงือกได้เพียงราวหนึ่งมิลลิเมตร เมื่อเกิดร่องลึกแล้ว การดูแลเองที่บ้านอย่างเดียวจึงทำความสะอาดไม่ถึง นี่คือเหตุผลที่ต้องเกลารากฟัน คือเอาสิ่งที่เกาะแน่นบนรากฟันออก ให้เหงือกหายและกลับมากระชับรอบผิวรากที่สะอาดและเรียบ
คณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในไทยอธิบายในแนวเดียวกันว่า ผู้ที่เป็นเหงือกอักเสบมีร่องลึกไม่เกินราว 3 มม. และขูดหินปูนได้โดยมักไม่ต้องฉีดยาชา ส่วนผู้ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบมีร่องลึกเกิน 3 มม. บางตำแหน่งหรือกระจายทั่วปาก จึงต้องเกลารากฟันลงไปตามความลึกของร่องในแต่ละซี่
ตัวเลขร่องเหงือก หมายถึงอะไร
| ความลึกของร่อง | มักหมายถึง | ขั้นต่อไปที่พบบ่อย |
|---|---|---|
| 1–3 มม. ไม่มีเลือดออก | เหงือกปกติ | ตรวจและขูดหินปูนตามรอบ |
| 1–3 มม. มีเลือดออก | เหงือกอักเสบ: อักเสบแต่เหงือกยังไม่หลุดจากฟัน | ขูดหินปูน และปรับการทำความสะอาดที่ขอบเหงือก |
| 4–5 มม. | โรคปริทันต์อักเสบระยะต้นถึงปานกลางในบริเวณนั้น | เกลารากฟันบริเวณนั้น แล้วตรวจซ้ำ |
| 6 มม. ขึ้นไป | โรคลุกลามมากขึ้น กระดูกละลายมากขึ้น | เกลารากฟันก่อน ถ้าหายแล้วร่องยังลึกอาจต้องผ่าตัดเหงือก |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว ทันตแพทย์ดูประกอบกันทั้งเลือดออกเวลาวัด เหงือกร่นไปแค่ไหน ภาพเอกซเรย์กระดูก ฟันโยกหรือไม่ รวมถึงสุขภาพและพฤติกรรมของคุณ ในปากเดียวกันมักมีทั้งบริเวณที่ปกติและบริเวณที่ร่องลึก แผนการรักษาจึงอาจเป็นขูดหินปูนบางซี่ และเกลารากฟันบางซี่
เกลารากฟัน ทำอย่างไร
เกลารากฟันเป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ไม่มีการกรีดหรือเย็บแผล เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการทำความสะอาดผิวรากฟันทีละซี่อย่างละเอียดและเป็นระบบ
- ทบทวนและวางแผน: ทันตแพทย์ดูแผนภูมิร่องเหงือกและภาพเอกซเรย์ อธิบายว่าบริเวณไหนต้องเกลาราก และต้องมากี่ครั้ง
- ฉีดยาชา: ฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่จะทำ คุณยังรู้สึกตัวตลอด จะรู้สึกแรงกดและแรงสั่นมากกว่าความเจ็บแปลบ
- ขูดหินปูน: กำจัดหินปูนและคราบจุลินทรีย์ทั้งเหนือและใต้เหงือก ด้วยเครื่องอัลตราโซนิกที่สั่นและมีน้ำฉีด ร่วมกับเครื่องมือขูดด้วยมือขนาดเล็ก
- เกลาผิวราก: ทำความสะอาดและเกลาผิวรากฟันในร่องให้เรียบ คราบจะเกาะได้ยากขึ้น และเหงือกกลับมาแนบได้ดีขึ้น
- ล้างและตรวจ: ล้างร่องเหงือกและตรวจความเรียบร้อย ทันตแพทย์แนะนำการดูแลบริเวณนั้นในไม่กี่วันข้างหน้า
- สอนการดูแลที่บ้าน: แนะนำวิธีแปรงที่ขอบเหงือกและทำความสะอาดซอกฟันในบริเวณที่ต้องเน้น ขั้นนี้สำคัญพอ ๆ กับการเกลารากฟันเอง
บทความความรู้จากคณะทันตแพทยศาสตร์ในไทยย้ำเรื่องเดียวกันว่า ถ้ารักษาที่คลินิกแล้ว แต่กลับไปแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันไม่ถูกวิธี โรคจะกลับมาเป็นซ้ำ เกลารากฟันช่วยเอาสิ่งที่สะสมไว้ออก ส่วนการดูแลทุกวันของคุณคือสิ่งที่ไม่ให้มันกลับมาสะสมอีก
ทำทีละส่วน หรือทั้งปากในครั้งเดียว
ทันตแพทย์มักแบ่งปากเป็น 4 ส่วน แล้วทำครั้งละหนึ่งหรือสองส่วน บางกรณีทำทั้งปากในครั้งเดียวแบบใช้เวลานาน หรือทำให้ครบภายในวันเดียวกัน งานทบทวนวรรณกรรม Cochrane ปี 2022 รวม 20 การทดลอง ไม่พบความต่างชัดเจนของผลการรักษาระหว่างทำทั้งปากกับทำทีละส่วน และงานทบทวนปี 2020 ก็สรุปเหมือนกัน การเลือกจึงขึ้นกับปริมาณที่ต้องทำ ความสะดวกของคุณในการนั่งทำนาน ๆ สุขภาพโดยรวม และตารางเวลา
สำหรับคนที่มาเชียงใหม่ในเวลาจำกัด ข้อนี้มีประโยชน์ ลองถามทันตแพทย์ว่าจัดการรักษาให้เป็นจำนวนครั้งน้อยลงแต่นานขึ้นได้ไหม และวางแผนวันตรวจซ้ำให้เข้ากับการเดินทาง
เครื่องมือขูดด้วยมือ หรืออัลตราโซนิก
ได้ผลทั้งคู่ งานทบทวนการทดลองที่เปรียบเทียบสองแบบไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญ และแนวทางเวชปฏิบัติด้านโรคปริทันต์ของยุโรปแนะนำให้ใช้เครื่องมือมือหรือเครื่องไฟฟ้า จะใช้อย่างเดียวหรือร่วมกันก็ได้ ทันตแพทย์มักใช้ร่วมกัน หัวอัลตราโซนิกเร็วกับหินปูนหนา ส่วนเครื่องมือมือควบคุมได้ละเอียดบนผิวราก
ไทม์ไลน์การรักษา
เกลารากฟันไม่ใช่การนัดครั้งเดียวจบ แต่เป็นหัวใจของแผนการรักษาสั้น ๆ ชุดหนึ่ง รู้ลำดับไว้ช่วยให้วางแผนงาน การเดินทาง และวันนัดได้ง่ายขึ้น
| ช่วงเวลา | ทำอะไร | สิ่งที่คุณทำ |
|---|---|---|
| ครั้งที่ 1: ตรวจเหงือก | วัดร่องเหงือกรอบฟันทุกซี่ เอกซเรย์ บันทึกแผนภูมิเหงือก แล้ววางแผนและประเมินค่าใช้จ่าย | แจ้งโรคประจำตัว ยาทุกตัวที่ใช้ การสูบบุหรี่ และการตั้งครรภ์ |
| นัดเกลารากฟัน | ครั้งเดียวแบบยาว หรือหลายครั้ง มักครั้งละหนึ่งหรือสองบริเวณ | กินอาหารก่อนมา และทำตามวิธีดูแลที่ได้รับคำแนะนำ |
| ราว 2 สัปดาห์หลังทำ | มักนัดดูการหายของเหงือกและการทำความสะอาดที่บ้าน พร้อมสอนเพิ่มในจุดที่ยังทำไม่ถึง | ทำความสะอาดเบา ๆ แต่ให้ทั่ว แม้บริเวณที่ยังระบม |
| เมื่อเหงือกหายดี (มักราว 1–3 เดือน) | ประเมินซ้ำ: วัดร่องเหงือกอีกครั้งเทียบกับครั้งแรก | ถามว่าอะไรดีขึ้น และบริเวณไหนยังต้องดูแลเพิ่ม |
| ถ้าบางร่องยังลึก | เกลาซ้ำเฉพาะร่องที่ลึกปานกลาง หรือผ่าตัดเหงือกสำหรับร่องที่ลึกมาก | ปรึกษาทางเลือกและช่วงเวลาที่เหมาะกับทันตแพทย์ |
| ระยะยาว | นัดดูแลต่อเนื่อง มักทุก 3–6 เดือน และติดตามร่องเหงือกเป็นระยะ | มาตามนัดและดูแลทุกวัน นี่คือสิ่งที่รักษาผลไว้ |
ช่วงเวลาข้างบนเป็นรูปแบบที่พบบ่อยจากแนวทางและเอกสารการสอนด้านปริทันต์ ไม่ใช่กำหนดตายตัว แนวทางของยุโรประบุว่าให้ประเมินซ้ำหลังเหงือกมีเวลาหายเพียงพอ และให้นัดดูแลต่อเนื่องห่างกัน 3 ถึงไม่เกิน 12 เดือนตามความเสี่ยงของแต่ละคน ทันตแพทย์จะกำหนดวันนัดที่เหมาะกับเหงือกของคุณ
หลังเกลารากฟัน ดูแลอย่างไร
คนส่วนใหญ่กลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ในวันเดียวกัน อาการหลังทำขึ้นกับว่าร่องลึกแค่ไหนและเหงือกอักเสบมากเพียงใดก่อนทำ คู่มือนี้บอกว่าอะไรพบได้บ่อย และอะไรช่วยได้

| ช่วงเวลา | อาการที่พบได้ | สิ่งที่ช่วยได้ |
|---|---|---|
| ไม่กี่ชั่วโมงแรก | ชาที่ริมฝีปาก แก้ม หรือลิ้น มีเลือดซึมเล็กน้อย | รอให้ยาชาหมดฤทธิ์ก่อนกินอาหารหรือดื่มของร้อน จะได้ไม่กัดแก้มหรือลวกปาก |
| วันที่ 1–3 | เหงือกระบม เจ็บเวลาโดน มีเลือดออกบ้างเวลาแปรง | ยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์แนะนำ อาหารนิ่มอุ่น ๆ แปรงขนนุ่ม และทำความสะอาดเบา ๆ ต่อไป |
| สัปดาห์ที่ 1 | อาการระบมค่อย ๆ หาย เลือดออกเวลาแปรงลดลง | กลับมาทำความสะอาดซอกฟันทุกวันอย่างนุ่มนวล |
| สัปดาห์ที่ 1–8 | เสียวฟันเวลาโดนของเย็น บางครั้งของหวาน แล้วค่อย ๆ ดีขึ้น | ใช้ยาสีฟันสำหรับฟันเสียว เลี่ยงเครื่องดื่มเย็นจัดช่วงหนึ่ง ถ้าไม่ดีขึ้นให้แจ้งทันตแพทย์ |
| สัปดาห์ที่ 2–4 | เหงือกกระชับและสีอ่อนลง เลือดออกและอาการเจ็บส่วนใหญ่หายไป | ดูแลต่อเนื่อง สังเกตว่าจุดไหนยังมีเลือดออก แล้วแจ้งตอนนัดตรวจซ้ำ |
MedlinePlus ระบุว่าเลือดออกและอาการเจ็บเหงือกควรหายภายใน 3–4 สัปดาห์หลังรักษา Cleveland Clinic อธิบายว่าอาการระบมมักอยู่สองสามวัน และเสียวฟันต่อความร้อนเย็นมักหายภายในหนึ่งถึงสองเดือน งานทบทวนเรื่องเสียวรากฟันหลังรักษาโรคเหงือกพบว่าอาการนี้พบบ่อยในช่วงวันแรก ๆ และส่วนใหญ่เป็นระดับน้อยถึงปานกลางและเป็นชั่วคราว
กินอะไรได้บ้าง
- เมื่อหายชาแล้ว กินอาหารได้ตามปกติ ตราบที่กินแล้วรู้สึกสบายดี
- วันแรกหรือสองวันแรก อาหารนิ่มอุ่น ๆ จะสบายกว่า เช่น ข้าวต้ม ไข่ เต้าหู้ ปลานึ่ง ก๋วยเตี๋ยวเส้นนุ่ม ผลไม้สุก
- อาหารเผ็ด เปรี้ยวจัด ร้อนจัด หรือเย็นจัด อาจทำให้เหงือกที่ระบมหรือรากฟันที่เสียวแสบได้ช่วงหนึ่ง
- อาหารแข็งกรอบและเมล็ดเล็ก ๆ อาจเข้าไปติดในร่องที่กำลังหาย ให้เคี้ยวอีกข้างหรือรอสักสองสามวัน
- การสูบบุหรี่ทำให้เหงือกหายช้า ถ้าสูบอยู่ ช่วงเกลารากฟันเป็นโอกาสดีที่จะลดหรือเลิก
ทำไมหลังทำ ฟันดูยาวขึ้นหรือรู้สึกโยก
เหงือกที่บวมจะยุบลงเมื่อการอักเสบลดลง ขอบเหงือกจึงอยู่ต่ำลงเล็กน้อย ฟันจึงดูยาวขึ้น และช่องเล็ก ๆ ระหว่างฟันอาจเห็นชัดขึ้น นี่คือเหงือกที่กลับไปอยู่ระดับจริงเมื่อหายอักเสบ ไม่ใช่ความเสียหายจากการเกลาราก ฟันอาจรู้สึกโยกขึ้นเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ เพราะหินปูนและเหงือกบวมที่เคยค้ำฟันไว้ถูกเอาออกไป เมื่อเหงือกกระชับรอบรากที่สะอาดแล้ว อาการนี้มักดีขึ้น
ถ้าฟันโยกอยู่แล้วเพราะกระดูกละลาย การเกลารากฟันสร้างกระดูกกลับคืนไม่ได้ แต่การหยุดการอักเสบช่วยให้ฟันมีโอกาสกลับมาแน่นขึ้น ทันตแพทย์จะอธิบายว่าคาดอะไรได้สำหรับฟันซี่ที่น่ากังวล
ฟันโยก เกิดจากอะไร รักษาได้ไหม
เกลารากฟันแล้ว ได้ผลแค่ไหน
เกลารากฟันเป็นพื้นฐานของการรักษาโรคปริทันต์ และมีการทดลองศึกษามากมาย นี่คือสิ่งที่งานทบทวนขนาดใหญ่บอกไว้ในภาษาง่าย ๆ
- ร่องเหงือกตื้นขึ้น: งานทบทวนปี 2020 รวมผลหลายการศึกษา พบร่องเหงือกลดลงเฉลี่ยราว 1.4 มม. ที่ 6–8 เดือน
- ร่องจำนวนมากกลับมาปิด: งานเดียวกันประเมินว่าราวร้อยละ 74 ของร่องที่รักษากลับมาตื้นพอที่ดูแลให้สะอาดได้
- การยึดเกาะดีขึ้นเล็กน้อย: งานทบทวนของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันพบระดับการยึดเกาะของเหงือกดีขึ้นเฉลี่ยราว 0.5 มม. หลังเกลารากฟัน
- กระดูกที่ละลายไปแล้วไม่งอกกลับเองทั้งหมด เป้าหมายคือหยุดโรค เก็บฟันไว้ และให้เหงือกคงที่
ร่องเหงือกวัดเป็นมิลลิเมตร การเปลี่ยน 1–2 มม. จึงฟังดูน้อย แต่ในความเป็นจริง อาจเปลี่ยนร่อง 5 มม. ที่แปรงเข้าไม่ถึง ให้กลายเป็นร่อง 3–4 มม. ที่การดูแลทุกวันรักษาให้สุขภาพดีได้ แนวทางของยุโรปกำหนดเป้าหมายการรักษาว่า ไม่มีร่องที่ลึกเกิน 4 มม. และมีเลือดออกเวลาวัด
อะไรช่วยให้ผลอยู่นาน
- ทำความสะอาดที่ขอบเหงือกและซอกฟันทุกวัน ด้วยอุปกรณ์ที่พอดีกับซอกฟันของคุณ
- ไม่สูบบุหรี่ แนวทางของยุโรปแนะนำให้มีการช่วยเลิกบุหรี่สำหรับทุกคนที่รักษาโรคปริทันต์
- ควบคุมเบาหวานให้ดี ซึ่งแนวทางเดียวกันแนะนำให้ทำควบคู่กับการรักษา
- มาตามนัดดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้เจอการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ และทำความสะอาดได้เร็ว
ยาปฏิชีวนะ เจล น้ำยาบ้วนปาก และเลเซอร์
หลายคนถามว่ากินยา ใส่เจล หรือใช้เลเซอร์แทนการเกลารากฟันได้ไหม คำตอบสั้น ๆ จากงานวิจัยคือไม่ได้ สิ่งเหล่านี้บางครั้งช่วยเสริมได้เล็กน้อย แต่การทำความสะอาดคืองานหลัก
| ตัวเสริม | งานวิจัยบอกอะไร | ใช้อย่างไร |
|---|---|---|
| ยาปฏิชีวนะชนิดกิน | อาจช่วยเพิ่มผลได้บ้าง แต่แนวทางของยุโรปไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ เพราะผลข้างเคียงและปัญหาเชื้อดื้อยา | พิจารณาเฉพาะบางกรณีหลังตรวจ ห้ามกินยาปฏิชีวนะที่เหลือจากครั้งก่อนเอง |
| ยาฆ่าเชื้อชนิดใส่ในร่องเหงือก | งานทบทวนปี 2020 พบร่องลดลงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉลี่ยราว 0.4 มม. โดยไม่มีผลข้างเคียงสำคัญ | อาจพิจารณาใช้กับบางร่อง หลังทำความสะอาดแล้ว |
| น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ | ช่วยควบคุมคราบเหนือเหงือก แต่เข้าไม่ถึงหินปูนบนรากฟัน | ใช้ช่วงสั้น ๆ ถ้าทันตแพทย์แนะนำ บางชนิดใช้นานทำให้ฟันมีคราบ |
| เลเซอร์ทางทันตกรรม | งานทบทวนพบว่าเลเซอร์อย่างเดียวไม่ได้ให้ผลดีกว่าการทำความสะอาดด้วยเครื่องมือ และหลักฐานของการใช้เสริมยังมีจำกัดและผลแตกต่างกันมาก | ใช้ร่วมกับการเกลารากฟันเมื่อเหมาะกับเคส ไม่ใช่ใช้แทน |
ที่คลินิกของเรา ทันตแพทย์อาจใช้เลเซอร์ทันตกรรม Waterlase ร่วมกับการรักษาเหงือกแบบปกติเมื่อเหมาะกับเคสของคุณ เป็นตัวเสริมของการเกลารากฟัน ไม่ใช่ใช้แทน และร่องที่ลึกมากอาจยังต้องรักษาแบบปกติหรือผ่าตัด
ความเชื่อเรื่องเกลารากฟัน
| ความเชื่อ | ความจริง |
|---|---|
| เกลารากฟันเป็นแค่การขูดหินปูนที่ตั้งชื่อให้แพงขึ้น | เป็นการรักษาปัญหาคนละอย่างในคนละตำแหน่ง คือหินปูนบนรากฟันในร่องลึก ขอดูแผนภูมิร่องเหงือกและภาพเอกซเรย์ได้ ซึ่งบอกเหตุผลที่แนะนำ |
| เกลารากฟันทำให้ฟันโยก | สิ่งที่ทำให้ฟันโยกคือกระดูกที่ละลายจากโรคเหงือก หลังทำอาจรู้สึกโยกขึ้นเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ เพราะหินปูนและเหงือกบวมหายไป แล้วมักดีขึ้นเมื่อเหงือกกระชับ |
| เกลารากฟันทำให้เหงือกร่น | เหงือกที่บวมยุบกลับไปอยู่ระดับจริงเมื่อหาย การยึดเกาะที่หายไปเกิดจากโรค การเกลารากเพียงทำให้เห็นชัดขึ้น |
| เหงือกไม่ปวด แสดงว่าไม่ต้องทำ | โรคเหงือกมักไม่ปวดจนกว่าจะเป็นมาก การวัดร่องเหงือก เลือดออก และเอกซเรย์บอกได้มากกว่าความปวด |
| กินยาฆ่าเชื้อหรือใช้น้ำยาบ้วนปากแรง ๆ ได้ผลเท่ากัน | ทั้งสองอย่างเอาหินปูนออกจากรากฟันไม่ได้ บางครั้งช่วยเสริมได้ แต่ใช้แทนการเกลารากไม่ได้ |
| ทำครั้งเดียวแล้วหายขาด | โรคเหงือกกลับมาได้ การดูแลทุกวันและการนัดดูแลต่อเนื่องคือสิ่งที่รักษาผลไว้ |
| ทำทั้งปากครั้งเดียว ดีกว่าเสมอ | งานทบทวนพบผลใกล้เคียงกันทั้งสองแบบ จึงเลือกตามความสะดวก สุขภาพ และตารางเวลาของคุณได้ |
หลังเกลาราก เมื่อไรควรโทรหาคลินิก
อาการระบมเล็กน้อย เลือดออกบ้างเวลาแปรง และเสียวฟัน เป็นส่วนหนึ่งของการหายตามปกติ ถ้าพบอาการต่อไปนี้ ให้ติดต่อคลินิก เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจและแนะนำ
- เลือดไม่หยุด แม้กดด้วยผ้าก๊อซสะอาดหลายนาทีแล้ว
- ปวดจนยาแก้ปวดช่วยไม่ได้ หรือปวดมากขึ้นหลังวันที่สาม แทนที่จะค่อย ๆ หาย
- หน้าหรือเหงือกบวมมากขึ้น มีหนองรสชาติแปลก ๆ หรือมีไข้
- เสียวฟันมากอยู่แม้ผ่านไปหลายสัปดาห์ หรือปวดจนตื่นกลางดึก
ถ้าทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ให้ทานต่อตามแพทย์สั่ง และแจ้งทันตแพทย์ก่อนรักษา บางกรณีไม่ต้องหยุดยา บางกรณีทันตแพทย์อาจขอปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่ดูแลท่านอยู่ก่อน อย่าหยุดยาเอง
เกลารากฟันที่คลินิก ทำอะไรบ้าง
การรักษาเหงือกที่กิจจาคลินิกทันตกรรม วางแผนโดยทันตแพทย์ที่ผ่านการศึกษาต่อด้านปริทันตวิทยา รวมถึงปริญญาโทและปริญญาเอก
- ตรวจเหงือก: ทันตแพทย์วัดร่องเหงือกรอบฟันทุกซี่ ถ่ายเอกซเรย์ดูกระดูก และบันทึกผลลงแผนภูมิเหงือก
- อธิบายผลและวางแผน: ทันตแพทย์อธิบายสิ่งที่พบ และให้แผนการรักษาพร้อมประเมินค่าใช้จ่ายก่อนเริ่ม
- ทำความสะอาดใต้เหงือก: เกลารากฟันใต้ขอบเหงือกทีละบริเวณ มักฉีดยาชาเฉพาะที่ และทำมากกว่า 1 ครั้ง
- หลังทำ: เหงือกอาจเจ็บหรือระบมไม่กี่วัน ทันตแพทย์แนะนำวิธีดูแลและบรรเทาอาการ
- ประเมินซ้ำ: เมื่อเหงือกมีเวลาหายแล้ว จะวัดร่องเหงือกอีกครั้ง บริเวณที่ยังลึกอาจต้องผ่าตัดเหงือก
- ดูแลต่อเนื่อง: นัดทำความสะอาดเป็นระยะช่วยให้เหงือกคงที่ หลายคนมาประมาณทุก 3–6 เดือน ทันตแพทย์แนะนำระยะที่เหมาะกับคุณ
ถ้ากังวลเรื่องรังสี: ที่คลินิก เอกซเรย์ในปากเป็นระบบดิจิทัล ใช้แผ่นรับภาพและเซนเซอร์ ซึ่งช่วยลดปริมาณรังสีเมื่อเทียบกับฟิล์ม เครื่อง CBCT Planmeca ProMax มีโหมด Ultra Low Dose ทันตแพทย์เลือกโหมดตามงานของแต่ละคน และถ่ายเอกซเรย์เฉพาะเมื่อจำเป็น
เอกซเรย์ฟัน รังสีมากไหม คลินิกลดปริมาณรังสีอย่างไร
การนัดดูแลต่อเนื่องอาจใช้เครื่องอัลตราโซนิกและเครื่องมือขูด เครื่องพ่นทำความสะอาด Airflow หรือ GBT ซึ่งย้อมสีคราบจุลินทรีย์ก่อน ให้เห็นจุดที่แปรงยังไม่ถึง GBT เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่รักษาโรคเหงือกและต้องนัดทำความสะอาดเป็นระยะ
ค่ารักษาโรคเหงือกขึ้นกับจำนวนบริเวณที่ต้องรักษาและความรุนแรงของโรค แสดงอยู่ในหน้าราคา ทันตแพทย์จะให้แผนการรักษาและประเมินค่าใช้จ่ายหลังตรวจเหงือก
ถ้าตั้งครรภ์ แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้ ถ้าใช้สิทธิ์ประกันสังคมขูดหินปูน ชำระค่ารักษาที่คลินิก คลินิกออกใบรับรองแพทย์และใบเสร็จ แล้วคุณนำไปเบิกเอง
ถ้าคุณเป็นแบบนี้
ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่าง ไม่ใช่เรื่องของคนไข้จริง เพื่อช่วยให้คุณหาขั้นต่อไปที่เหมาะกับตัวเอง
- ทันตแพทย์แนะนำให้เกลารากฟัน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจำเป็น: ขอดูแผนภูมิร่องเหงือก ภาพเอกซเรย์ และซี่ที่เกี่ยวข้อง แผนที่ชัดเจนช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
- กังวลเรื่องฉีดยาชาและนั่งนาน: บอกทันตแพทย์ตั้งแต่ต้น แบ่งการรักษาเป็นครั้งสั้น ๆ ได้ และขอพักระหว่างทำได้
- มาเชียงใหม่สองสัปดาห์: ถามว่ารวบการเกลารากเป็นจำนวนครั้งน้อยลงตั้งแต่ช่วงต้นของการพักได้ไหม และวางแผนตรวจซ้ำกับทันตแพทย์ที่บ้านหรือในการมาครั้งหน้า
- ทานยาละลายลิ่มเลือด: ทานต่อตามแพทย์สั่ง นำชื่อยาและขนาดยามาด้วย ให้ทันตแพทย์พิจารณาว่าต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนหรือไม่
- เป็นเบาหวาน: แจ้งทั้งทันตแพทย์และแพทย์ประจำตัว การรักษาเหงือกกับการคุมระดับน้ำตาลได้ผลดีขึ้นเมื่อทำไปด้วยกัน
- สูบบุหรี่: เกลารากฟันยังช่วยได้ แต่แผลหายและผลการรักษาดีกว่าเมื่อไม่สูบ ขอคำแนะนำเรื่องการลดหรือเลิกบุหรี่ได้
- เสียวฟันหลังทำได้สองสัปดาห์: พบได้บ่อยและมักค่อย ๆ ดีขึ้น ใช้ยาสีฟันสำหรับฟันเสียว แล้วแจ้งตอนนัดตรวจซ้ำ
- มีรากฟันเทียมร่วมกับฟันธรรมชาติ: แจ้งทันตแพทย์ เพราะเหงือกรอบรากเทียมก็ต้องตรวจและทำความสะอาดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเกลารากฟัน
เกลารากฟันเจ็บไหม?
ฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนทำ ระหว่างทำคนส่วนใหญ่จึงรู้สึกถึงแรงกด การขูด และแรงสั่นมากกว่าความเจ็บ หลังทำเหงือกอาจระบมไม่กี่วัน และฟันอาจเสียวช่วงหลายสัปดาห์ ทันตแพทย์แนะนำวิธีบรรเทาอาการ และขอพักระหว่างทำได้ทุกเมื่อ
เกลารากฟัน จำเป็นต้องทำไหม
ถ้ามีหินปูนบนรากฟันในร่องที่ลึกเกินราว 4 มม. ก็จำเป็น เพราะแปรงสีฟันและการขูดหินปูนปกติเข้าไม่ถึง และการอักเสบจะดำเนินต่อไป ถ้ายังไม่แน่ใจ ขอดูแผนภูมิร่องเหงือก ภาพเอกซเรย์ และซี่ที่เกี่ยวข้องได้
เกลารากฟันใช้เวลานานแค่ไหน ต้องมากี่ครั้ง
ขึ้นกับจำนวนซี่ที่ต้องทำ ทั้งปากทำได้ในครั้งเดียวแบบใช้เวลานาน หรือแบ่งเป็น 2–4 ครั้ง มักครั้งละหนึ่งในสี่หรือครึ่งปาก งานวิจัยพบว่าผลใกล้เคียงกันทั้งสองแบบ จากนั้นนัดตรวจซ้ำเมื่อเหงือกหายดี
เกลารากฟันแล้วฟันโยก เกิดจากอะไร
หินปูนและเหงือกที่บวมเหมือนเป็นเฝือกที่ค้ำฟันไว้ เมื่อเอาออก ฟันอาจรู้สึกโยกขึ้นเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ แล้วมักดีขึ้นเมื่อเหงือกหายและกระชับ ส่วนฟันที่โยกอยู่ก่อนรักษาเกิดจากกระดูกละลาย ทันตแพทย์จะอธิบายแนวโน้มของฟันซี่นั้น
เกลารากฟันแล้ว กินอาหารได้เมื่อไร
กินได้เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ จะได้ไม่กัดแก้มหรือลิ้น หนึ่งถึงสองวันแรกอาหารนิ่มอุ่น ๆ จะสบายกว่า ส่วนอาหารเผ็ด เปรี้ยว ร้อน หรือเย็นจัด อาจทำให้แสบหรือเสียว
ต้องเกลารากฟันบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปเกลารากฟันเต็มรูปแบบทำครั้งเดียวเป็นการรักษาหลัก หลังจากนั้นนัดทำความสะอาดดูแลต่อเนื่อง มักทุก 3–6 เดือน เพื่อให้เหงือกคงที่ บริเวณที่กลับมาลึกอีกอาจต้องเกลาซ้ำ จึงต้องติดตามร่องเหงือกเป็นระยะ
เกลารากฟันพร้อมขูดหินปูนได้ไหม
มักทำได้ การขูดหินปูนเหนือเหงือกเป็นส่วนหนึ่งของการเกลารากฟันอยู่แล้ว และถ้าร่องลึกเพียงบางบริเวณ ส่วนอื่นของปากขูดหินปูนตามปกติในแผนเดียวกันได้ ทันตแพทย์จะอธิบายว่าซี่ไหนรักษาแบบไหน
ถ้าไม่เกลารากฟัน จะเป็นอย่างไร
หินปูนและเชื้อโรคในร่องยังอยู่ การอักเสบจึงมักดำเนินต่อ เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้กระดูกละลายมากขึ้น เหงือกร่น ฟันโยก และกลิ่นปาก การรักษาเร็วมักทำให้การรักษาไม่ซับซ้อน ทันตแพทย์อธิบายทางเลือกและช่วงเวลาที่เหมาะกับคุณได้
สรุป
เกลารากฟันกับขูดหินปูนกำจัดต้นเหตุเดียวกัน คือคราบจุลินทรีย์และหินปูน แต่เกลารากฟันลงไปถึงรากฟันในร่องลึก เพื่อรักษาโรคปริทันต์อักเสบ
- การวัดร่องเหงือกและเอกซเรย์เป็นตัวตัดสินว่าต้องทำแบบไหน ร่องปกติลึกราว 1–3 มม.
- ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ครั้งเดียวแบบยาวหรือหลายครั้ง และตรวจซ้ำเมื่อเหงือกหาย
- ระบมไม่กี่วันและเสียวฟันหลายสัปดาห์พบได้บ่อย ฟันอาจดูยาวขึ้นเมื่อเหงือกยุบ
- ยาปฏิชีวนะ เจล และเลเซอร์ ช่วยเสริมได้บ้าง แต่ใช้แทนการเกลารากไม่ได้
- ทำความสะอาดทุกวัน ไม่สูบบุหรี่ และนัดดูแลต่อเนื่องทุก 3–6 เดือน คือสิ่งที่รักษาผลไว้
แหล่งอ้างอิง
Cleveland Clinic: Tooth Scaling and Root Planing
MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ): Periodontitis
NHS (สหราชอาณาจักร): Gum disease
สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): Gum Disease
Sanz M และคณะ. แนวทางเวชปฏิบัติ EFP S3 การรักษาโรคปริทันต์อักเสบระยะ I–III. J Clin Periodontol, 2020
Salvi GE และคณะ. เลเซอร์หรือโฟโตไดนามิกเสริมการรักษาแบบไม่ผ่าตัด. J Clin Periodontol, 2020