
แปรงฟันเสร็จ บ้วนน้ำออกมาแล้วเห็นฟองเป็นสีชมพู หรือมีเลือดติดขนแปรงและไหมขัดฟัน หลายคนใจหายทันทีว่าเลือดผิดปกติหรือเปล่า ขาดวิตามินอะไร หรือฟันกำลังจะโยก
ข่าวดีก่อน คนส่วนใหญ่ที่เลือดออกตามไรฟันเวลาแปรงฟัน เกิดจากเหงือกอักเสบ ต้นเหตุคือคราบจุลินทรีย์ที่เกาะตามขอบเหงือก ระยะนี้มักกลับเป็นปกติได้ในไม่กี่สัปดาห์ ถ้าทำความสะอาดถูกวิธี ส่วนสาเหตุจากร่างกาย เช่น ยา ฮอร์โมน เบาหวาน หรือโรคเลือด พบน้อยกว่า แต่ต้องดูแลต่างออกไป
บทความนี้ช่วยให้คุณรู้ว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน และควรทำอะไรต่อ ในนี้มีเช็กลิสต์ 1 นาที ตารางสาเหตุพร้อมวิธีแยก ระยะของโรคเหงือก และแผนดูแลเหงือก 2 สัปดาห์พร้อมวิธีแปรงฟัน ตามด้วยความเชื่อที่พบบ่อย สัญญาณที่ควรพบหมอ และขั้นตอนจริงเมื่อมาตรวจเหงือก
สรุปสั้น ๆ: อย่าหยุดแปรงฟัน แต่แปรงให้เบาลง ทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน ถ้าดูแลดีแล้วราว 2 สัปดาห์เลือดยังไม่หยุด ให้นัดตรวจเหงือก ถ้าเลือดไหลไม่หยุด หรือมีจ้ำเลือด มีไข้ หรืออ่อนเพลียผิดปกติร่วมด้วย ให้พบแพทย์โดยเร็ว
เลือดออกแบบนี้ ปกติไหม
ดูแลเองก่อนได้
- เพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟัน หรือกลับมาใช้หลังจากห่างไปนาน
- เพิ่งเปลี่ยนแปรงที่ขนแข็งขึ้น หรือรู้ตัวว่าแปรงฟันแรง
- เลือดออกจุดเดียวหลังกัดของแข็งหรือของคม แล้วหยุดเองเร็ว
ควรนัดตรวจฟัน
- เลือดออกแทบทุกครั้งที่แปรงฟัน ติดต่อกันหลายวัน
- ขอบเหงือกแดง บวม หรือเป็นมันวาว แทนที่จะเป็นสีชมพูอ่อนและกระชับ
- มีกลิ่นปากหรือรสชาติแปลก ๆ ในปากที่กลับมาเรื่อย ๆ
- ฟันดูยาวขึ้น เศษอาหารติดซอกฟันมากขึ้น หรือรู้สึกว่าฟันโยก
- ดูแลอย่างดีแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ เลือดยังไม่ลดลง
ควรพบหมอโดยเร็ว
- กดด้วยผ้าก๊อซสะอาดแล้วเลือดยังไม่หยุด
- เลือดออกเองโดยไม่ได้แปรงฟัน หรือมีจ้ำเลือดตามตัวง่าย เลือดกำเดาไหลร่วมด้วย
- มีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ ซีด มีไข้ หรือติดเชื้อบ่อยร่วมด้วย
- มีเหงือกบวมเป็นหนอง หน้าบวม หรือฟันโยกมาก
กลุ่มสุดท้ายมีรายละเอียดเพิ่มในหัวข้อสัญญาณที่ควรพบหมอด้านล่าง อาการเหล่านี้พบไม่บ่อย แต่ควรไปตรวจเมื่อเกิดขึ้น
ทำไมเหงือกถึงมีเลือดออก

คราบจุลินทรีย์คือแผ่นเหนียวของเชื้อแบคทีเรีย เกิดบนฟันทุกวัน และหนาที่สุดตรงรอยต่อฟันกับเหงือก เหงือกจะอักเสบเพื่อสู้กับเชื้อ หลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ขอบเหงือกจึงขยายและเปราะ พอขนแปรงหรือไหมขัดฟันไปโดน ก็มีเลือดออก เลือดจึงบอกว่าจุดนั้นยังมีคราบค้าง ไม่ใช่ว่าการแปรงฟันผิด
ถ้าคราบจุลินทรีย์ค้างอยู่หลายวัน จะแข็งตัวกลายเป็นหินปูน ผิวหินปูนขรุขระและเป็นที่เกาะของคราบจุลินทรีย์มากขึ้นอีก หินปูนแปรงออกเองไม่ได้ ต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก
งานวิจัยคลาสสิกแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้เกิดได้ทั้งสองทาง อาสาสมัครที่เหงือกปกติหยุดทำความสะอาดฟัน แล้วเหงือกอักเสบภายในไม่กี่สัปดาห์ เมื่อกลับมาทำความสะอาด เหงือกก็กลับเป็นปกติ ส่วนเลือดออกจากการเพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟันมักหยุดในราว 1 สัปดาห์ และแนวทางทางทันตกรรมแนะนำให้ตรวจถ้าเลือดยังออกเกินราว 2 สัปดาห์ แผนดูแลเหงือกด้านล่างจึงใช้เวลา 2 สัปดาห์
เหงือกอักเสบมักไม่ปวดเลย เลือดออกจึงมักเป็นสัญญาณแรกและสัญญาณเดียวในระยะต้น ควรใส่ใจเมื่อเห็น
เลือดออกตามไรฟัน เกิดจากอะไร
เริ่มจากสาเหตุในช่องปากซึ่งพบบ่อยกว่ามาก แล้วค่อยดูสาเหตุจากร่างกาย โดยเฉพาะถ้าในปากดูสะอาดดี หรือเลือดออกไม่เป็นไปตามรูปแบบปกติ
สาเหตุในช่องปาก
| สาเหตุ | สังเกตอย่างไร | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| เหงือกอักเสบจากคราบจุลินทรีย์ (พบบ่อย) | เลือดออกเวลาแปรงหรือใช้ไหมขัดฟัน ขอบเหงือกแดงบวม มักไม่ปวด | ทำตามแผน 2 สัปดาห์ และขูดหินปูน |
| หินปูนที่ขอบเหงือกหรือใต้เหงือก | คราบแข็งสีเหลืองหรือน้ำตาล มักอยู่ด้านในฟันหน้าล่าง จุดเดิมเลือดออกซ้ำ | ให้ทันตแพทย์ขูดหินปูน แปรงเองไม่ออก |
| โรคปริทันต์ (อักเสบลามถึงกระดูก) | เหงือกร่น ฟันดูยาว กลิ่นปาก ฟันห่างหรือโยก | ตรวจวัดร่องเหงือกและถ่ายเอกซเรย์ |
| แปรงแรง แปรงขนแข็ง หรือเพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟัน | เลือดออกเล็กน้อยจุดเดิม ๆ และลดลงภายในราว 1 สัปดาห์ | เปลี่ยนเป็นแปรงขนนุ่ม ใช้แรงเบา และใช้ไหมขัดฟันต่อ |
| วัสดุอุด ครอบฟัน ฟันปลอม หรือเครื่องมือจัดฟันที่เสียดสีหรือกักเศษอาหาร | เลือดออกเฉพาะรอบฟันซี่นั้นหรือรอบเครื่องมือนั้น | ให้ทันตแพทย์ตรวจและปรับแก้ |
สาเหตุจากยาและร่างกาย
| สาเหตุ | สังเกตอย่างไร | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| การตั้งครรภ์และฮอร์โมนเปลี่ยน (วัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน) | เหงือกบวมและเลือดออกง่ายกว่าปกติ แม้คราบไม่มาก | ทำความสะอาดเบา ๆ แต่ให้ทั่ว ถ้าตั้งครรภ์ แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้ |
| ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน | เลือดออกนานกว่าเดิม มีจ้ำเลือดง่าย | อย่าหยุดยาเอง และแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้ง บางกรณีไม่ต้องหยุดยา บางกรณีทันตแพทย์อาจขอปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่ดูแลท่านอยู่ก่อน |
| เบาหวาน โดยเฉพาะเมื่อคุมน้ำตาลได้ไม่ดี | เหงือกอักเสบกลับมาบ่อย แผลหายช้า เหงือกเป็นฝี | คุมระดับน้ำตาล และตรวจเหงือกสม่ำเสมอ |
| สูบบุหรี่ | เหงือกอาจเลือดออกน้อยลง ทั้งที่โรคกำลังลุกลาม | อย่าถือว่าเลือดออกน้อยแปลว่าเหงือกดี ควรตรวจเหงือก |
| ขาดวิตามินซี (ถ้ารุนแรงเรียกว่าโรคลักปิดลักเปิด) | เหงือกบวมเลือดออกง่ายทั้งปาก แผลหายช้า อ่อนเพลีย กินผักผลไม้น้อย | กินผักผลไม้ทุกวัน ถ้าสงสัยว่าขาดมาก ให้ปรึกษาแพทย์ |
| ขาดวิตามินเค โรคตับ หรือโรคเลือดออกง่าย เช่น เกล็ดเลือดต่ำ ฮีโมฟีเลีย | เลือดหยุดยาก มีจ้ำเลือด เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกที่อื่นด้วย | พบแพทย์เพื่อตรวจเลือด |
| ไข้เลือดออก | เลือดออกตามไรฟันหรือเลือดกำเดาระหว่างหรือหลังมีไข้สูง มักเกิดช่วงไข้เริ่มลด | พบแพทย์ภายในวันนั้น |
| มะเร็งเม็ดเลือดขาว (พบไม่บ่อย) | เลือดออกเองโดยไม่ได้แปรงฟัน ร่วมกับซีด อ่อนเพลีย มีไข้ จ้ำเลือด หรือติดเชื้อบ่อย | พบแพทย์เร็วเพื่อตรวจเลือด |
หลักง่าย ๆ คือ ถ้าเลือดออกเฉพาะขอบเหงือก ออกตอนแปรงฟัน และดีขึ้นเมื่อทำความสะอาดดีขึ้น มักเป็นสาเหตุในช่องปาก แต่ถ้าเลือดออกเอง มีอาการที่อื่นของร่างกายร่วมด้วย หรือทำความสะอาดดีแล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ด้วย ไม่ใช่แค่ทันตแพทย์
เหงือกอักเสบ กับ โรคปริทันต์
โรคเหงือกเป็นกระบวนการเดียวที่แบ่งได้เป็น 2 ระยะหลัก ระยะเหงือกอักเสบ การอักเสบอยู่แค่ที่เหงือก ส่วนระยะโรคปริทันต์ การอักเสบลามถึงเส้นใยยึดฟันและกระดูกรอบฟันแล้ว ความต่างนี้สำคัญ เพราะระยะแรกกลับเป็นปกติได้เต็มที่ ส่วนระยะหลังควบคุมได้ แต่ย้อนกลับไม่ได้ทั้งหมด

| ระยะ | อาการที่อาจสังเกตได้ | กลับเป็นปกติได้ไหม |
|---|---|---|
| เหงือกปกติ | สีชมพูอ่อน กระชับ แปรงหรือวัดร่องเหงือกแล้วไม่มีเลือด | รักษาไว้ด้วยการทำความสะอาดทุกวันและตรวจฟันสม่ำเสมอ |
| เหงือกอักเสบ | ขอบเหงือกแดงบวม เลือดออกเวลาแปรงฟัน มักไม่ปวด กระดูกยังไม่ถูกทำลาย | ได้ มักกลับเป็นปกติด้วยการขูดหินปูนและดูแลที่บ้านอย่างถูกวิธี |
| โรคปริทันต์ระยะเริ่มต้น | เลือดออก เริ่มมีร่องลึกระหว่างเหงือกกับฟัน เอกซเรย์เห็นกระดูกเริ่มละลาย มักยังไม่ปวด | หยุดการลุกลามและคุมให้คงที่ได้ แต่กระดูกที่ละลายไปจะไม่งอกกลับเองทั้งหมด |
| โรคปริทันต์ระยะปานกลางถึงรุนแรง | เหงือกร่น ฟันดูยาว ฟันห่าง กลิ่นปาก มีหนอง ฟันโยก การสบฟันเปลี่ยน | การรักษาและการดูแลต่อเนื่องช่วยควบคุมโรคและช่วยเก็บฟันไว้ได้ |
ในเกณฑ์จำแนกโรคเหงือกระดับสากล ภาวะเหงือกอักเสบดูจากจำนวนจุดที่มีเลือดออกเมื่อทันตแพทย์วัดร่องเหงือกเบา ๆ ด้วย ถ้ามีเลือดออกตั้งแต่ราว 1 ใน 10 ของจุดที่วัดขึ้นไป ถือว่าเป็นเหงือกอักเสบ การตรวจเหงือกจึงวัดทุกซี่ ไม่ได้ดูแค่ฟันหน้า
โรคปริทันต์ลุกลามเงียบ ๆ ได้นานก่อนจะมีอาการที่สังเกตเห็น การสำรวจขนาดใหญ่ของหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ พบโรคปริทันต์ในระดับใดระดับหนึ่งในผู้ใหญ่อายุสามสิบขึ้นไปราว 4 ใน 10 คน และพบมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น การตรวจฟันสม่ำเสมอจึงสำคัญแม้ไม่มีอาการปวด
แผนดูแลเหงือก 2 สัปดาห์
ถ้าผลเช็กลิสต์อยู่ใน 2 กลุ่มแรก แผนนี้คือขั้นแรกของคุณ เป้าหมายคือกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่เป็นต้นเหตุของเลือดออกส่วนใหญ่ จดสั้น ๆ ทุกเย็นว่าเลือดออกตรงไหน จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ต้องเตรียม
- แปรงสีฟันขนนุ่มหรือนุ่มพิเศษ เปลี่ยนทุก 3–4 เดือน หรือเร็วกว่านั้นถ้าขนแปรงบาน
- ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์
- ไหมขัดฟันสำหรับซอกฟันที่ชิด และแปรงซอกฟันขนาดที่พอดีกับซอกที่กว้าง ทันตแพทย์ช่วยแนะนำขนาดได้
- กระจกในที่แสงสว่าง และนาฬิกาจับเวลา 2 นาที

วิธีแปรงฟันที่ขอบเหงือก
วิธีนี้เป็นการแปรงแบบขยับสั้น ๆ เบา ๆ ที่มักเรียกว่าเทคนิคแบส (Bass) ดัดแปลง เน้นแถบรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือกซึ่งเป็นจุดที่คราบสะสม

- วางแปรงตรงรอยต่อระหว่างฟันกับเหงือก เอียงขนแปรงประมาณ 45 องศาเข้าหาเหงือก
- ขยับแปรงไปมาสั้น ๆ เบา ๆ ช่วงกว้างประมาณ 1 ซี่ ไม่ถูแรง ให้ปลายขนแปรงแทรกเข้าใต้ขอบเหงือกเล็กน้อย
- ปัดแปรงออกจากเหงือกไปทางปลายฟัน แล้วเลื่อนไปซี่ถัดไปทีละ 1–2 ซี่
- แปรงให้ครบด้านนอก ด้านใน และด้านบดเคี้ยว ด้านในฟันหน้าให้ตั้งแปรงขึ้นแล้วแปรงขึ้นลงสั้น ๆ
- แปรงอย่างน้อย 2 นาที วันละ 2 ครั้ง และให้รอบก่อนนอนละเอียดที่สุด
- บ้วนยาสีฟันส่วนเกินออก แต่ไม่ต้องบ้วนน้ำตาม เพื่อให้ฟลูออไรด์อยู่บนฟัน และพยายามงดกินหรือดื่มราว 2 ชั่วโมงหลังแปรงก่อนนอน
จุดที่เลือดออกคือจุดที่ต้องแปรงให้ละเอียดขึ้น ไม่ใช่เลี่ยง ใช้แรงเบา ถ้าขนแปรงแบนราบไปกับฟัน แปลว่ากดแรงเกินไป
ทำความสะอาดซอกฟัน
- ไหมขัดฟัน: สอดไหมผ่านซอกฟันเบา ๆ โอบไหมเป็นรูปตัว C รอบฟันซี่หนึ่ง เลื่อนลงใต้ขอบเหงือกเล็กน้อยแล้วขยับขึ้นลงไม่กี่ครั้ง จากนั้นทำแบบเดียวกันกับฟันซี่ข้างเคียง
- แปรงซอกฟัน: เลือกขนาดที่พอดีซอกโดยไม่ต้องดัน สอดเข้าออกเบา ๆ ไม่กี่ครั้ง งานทบทวนวรรณกรรมพบว่าในซอกที่กว้างพอ แปรงซอกฟันอาจลดเหงือกอักเสบได้ดีกว่าไหมขัดฟัน แต่หลักฐานยังมีไม่มาก
- ทำวันละ 1 ครั้งทุกวัน ช่วงแรกเลือดออกเล็กน้อยเป็นเรื่องที่คาดได้ และมักลดลงภายในราว 1 สัปดาห์
แผนทีละช่วงวัน
| ช่วงวัน | ทำอะไร | ควรเห็นอะไร |
|---|---|---|
| วันที่ 1–3 | ฝึกแปรงแบบขยับสั้นที่ขอบเหงือก และเริ่มทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน | เลือดอาจออกเท่าเดิมหรือมากขึ้นเล็กน้อย เพราะเพิ่งทำความสะอาดถึงจุดที่ไม่เคยถึง เป็นเรื่องที่คาดได้ ให้ทำต่อ |
| วันที่ 4–7 | ทำต่อเนื่อง ส่องกระจกหาจุดที่มักแปรงพลาด เช่น ด้านในฟันหน้าล่าง และรอบฟันกรามซี่ในสุด | เลือดออกน้อยลง ขอบเหงือกแดงน้อยลง |
| วันที่ 8–14 | ทำต่อ และจดจุดที่ยังเลือดออกทุกครั้ง | จุดส่วนใหญ่เลือดหยุด จุดที่ยังออกมักมีหินปูนที่ต้องขูดออก |
| วันที่ 14 | ทบทวนบันทึก | ยังมีเลือดออก นัดตรวจเหงือก และนำบันทึกมาด้วย |
ตัวช่วยเสริม
- กินผักผลไม้ทุกวัน ช่วยเสริมสุขภาพเหงือก แต่ไม่ได้กำจัดคราบหรือหินปูน
- ถ้าสูบบุหรี่ เป็นจังหวะดีที่จะลดหรือเลิก เพราะบุหรี่ทำร้ายเหงือกและอาจบังอาการเลือดออก
- ถ้าเป็นเบาหวาน การคุมน้ำตาลให้คงที่ช่วยให้เหงือกหายดีขึ้น
- น้ำยาบ้วนปากใช้เป็นตัวเสริมได้ แต่ใช้แทนการแปรงฟันไม่ได้ ดูหัวข้อความเชื่อด้านล่างว่าช่วยอะไรได้และไม่ได้
ถ้าระหว่าง 2 สัปดาห์นี้มีสัญญาณในหัวข้อด้านล่างเกิดขึ้น ไม่ต้องรอให้ครบแผน ติดต่อทันตแพทย์หรือแพทย์ได้เลย
ความเชื่อ กับ ความจริง
| ความเชื่อ | ความจริง |
|---|---|
| เหงือกเลือดออก ให้หยุดแปรงตรงนั้นก่อนจะได้หาย | ตรงกันข้าม คราบที่ค้างอยู่ทำให้เหงือกอักเสบต่อ ให้แปรงจุดนั้นเบา ๆ แต่ละเอียดขึ้น มักดีขึ้นในไม่กี่วันถึง 2 สัปดาห์ |
| ใช้น้ำยาบ้วนปากแรง ๆ ก็หาย | น้ำยาบ้วนปากกำจัดหินปูนและคราบที่เกาะแน่นตามขอบเหงือกไม่ได้ น้ำยาฆ่าเชื้ออย่างคลอร์เฮกซิดีนช่วยลดคราบได้เมื่อใช้เสริมการแปรงฟัน แต่ลดเหงือกอักเสบได้ไม่มาก และใช้ติดต่อกันหลายสัปดาห์อาจทำให้ฟันมีคราบสี ควรใช้ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ |
| เลือดออกตามไรฟัน แปลว่าขาดวิตามินซีเสมอ | สาเหตุที่พบบ่อยกว่ามากคือคราบจุลินทรีย์และเหงือกอักเสบ วิตามินซีมีผลจริงเมื่อได้รับน้อย งานวิจัยพบว่าการเสริมวิตามินซีลดเลือดออกตามไรฟันได้ชัดในคนที่ระดับวิตามินซีต่ำ ผลไม้ช่วยได้ แต่ใช้แทนการทำความสะอาดไม่ได้ |
| ไม่ปวด แปลว่าไม่เป็นอะไร | เหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ระยะต้นมักไม่ปวด เลือดออกอาจเป็นสัญญาณเดียวในระยะแรก |
| เหงือกไม่มีเลือดออก แปลว่าเหงือกแข็งแรง | ไม่เสมอไป ในคนที่สูบบุหรี่ เหงือกอาจเลือดออกน้อยลง ทั้งที่โรคเหงือกกำลังลุกลาม |
| คนท้องเลือดออกตามไรฟันเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องทำอะไร | ฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ทำให้เหงือกไวต่อคราบมากขึ้น การทำความสะอาดให้ดีจึงสำคัญยิ่งกว่าเดิม แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้ |

เมื่อไรควรพบหมอ
เลือดออกตามไรฟันส่วนใหญ่ดูแลได้อย่างใจเย็นด้วยแผนข้างต้นและการตรวจฟัน แต่มีบางสัญญาณที่ควรไปตรวจเร็วขึ้น ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเรื่องร้ายแรง แต่เป็นเหตุผลที่ควรได้รับการตรวจให้ชัด
ควรพบทันตแพทย์เร็ว
- เหงือกเจ็บและบวมมาก หรือเหงือกบวมเป็นหนอง
- หน้าหรือขากรรไกรบวม โดยเฉพาะถ้ามีไข้ร่วมด้วย
- ฟันโยก หรือการสบฟันเปลี่ยนไป
- แผล ปื้นแดง หรือก้อนในช่องปากที่ไม่หายไป
ปวดฟัน ฟันแตก หาหมอฟันด่วน เชียงใหม่
ควรพบแพทย์โดยเร็ว
- เลือดไม่หยุดแม้กดด้วยผ้าก๊อซสะอาดแน่น ๆ แล้ว
- เลือดออกตามไรฟัน ร่วมกับจ้ำเลือดที่ไม่รู้สาเหตุ เลือดกำเดา หรือเลือดออกที่อื่น
- เลือดออกตามไรฟันร่วมกับซีด อ่อนเพลียผิดปกติ เหนื่อยง่าย มีไข้ หรือติดเชื้อซ้ำ ๆ มะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการแบบนี้ซึ่งพบไม่บ่อย และตรวจได้ด้วยการตรวจเลือด
- เลือดออกตามไรฟันหรือเลือดกำเดาระหว่างหรือหลังไข้สูง ในไข้เลือดออก อาการนี้อาจเกิดช่วงไข้เริ่มลด ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนคิดว่ากำลังจะหาย
- ทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่ แล้วเลือดออกมากกว่าปกติ ติดต่อแพทย์ประจำตัวที่ดูแลท่านอยู่ และอย่าหยุดยาหรือปรับขนาดยาเอง
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าข่ายข้อไหน ทันตแพทย์ตรวจเหงือกให้ได้ และถ้าลักษณะอาการชี้ไปที่สาเหตุนอกช่องปาก ทันตแพทย์จะแนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจเลือด
เหงือก เบาหวาน และหัวใจ
เบาหวานกับโรคเหงือกส่งผลต่อกันทั้งสองทาง คนที่เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะเมื่อน้ำตาลสูง มีโอกาสเป็นโรคเหงือกมากขึ้น ส่วนคนที่เป็นโรคปริทันต์ มักมีค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงกว่า ข้อสรุปร่วมของสหพันธ์เบาหวานนานาชาติและสหพันธ์ปริทันตวิทยายุโรประบุว่า การรักษาเหงือกปลอดภัยในผู้ป่วยเบาหวาน และช่วยลดค่า HbA1c ได้ราว 0.3–0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ใน 3 เดือน แต่ผลระยะยาวยังสรุปไม่ได้ชัด
ด้านหัวใจ ข้อสรุปร่วมของสหพันธ์ปริทันตวิทยายุโรปและสหพันธ์หัวใจโลกระบุว่า โรคปริทันต์ระดับรุนแรงสัมพันธ์กับโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยไม่ขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงอื่นที่รู้จัก แต่ความสัมพันธ์ไม่ได้พิสูจน์ว่าโรคเหงือกเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และการรักษาเหงือกใช้แทนการดูแลหัวใจไม่ได้ เป็นอีกเหตุผลที่ดีในการดูแลเหงือก และเป็นเหตุผลที่ควรแจ้งทันตแพทย์เรื่องโรคหัวใจและยาที่ใช้
ตรวจเหงือกที่คลินิก ทำอะไรบ้าง

ที่กิจจาคลินิกทันตกรรม การรักษาเหงือกวางแผนโดยทันตแพทย์ที่ผ่านการศึกษาต่อด้านปริทันตวิทยา รวมถึงปริญญาโทสาขาปริทันตวิทยาและปริญญาเอกด้านทันตแพทยศาสตร์ ขั้นตอนเมื่อมาตรวจเรื่องเลือดออกตามไรฟันโดยทั่วไปเป็นดังนี้
- ซักประวัติ: เลือดออกตั้งแต่เมื่อไร ทำความสะอาดฟันอย่างไร โรคประจำตัว ตั้งครรภ์หรือสูบบุหรี่หรือไม่ และยาทุกตัวที่ใช้ โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ตรวจเหงือก: ทันตแพทย์วัดร่องเหงือกรอบฟันทุกซี่ และบันทึกผลในแผนภูมิเหงือก
- ถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อดูระดับกระดูกรอบฟัน
- อธิบายผลและวางแผน: ทันตแพทย์อธิบายสิ่งที่พบ และให้แผนการรักษาพร้อมประเมินค่าใช้จ่ายก่อนเริ่ม
- ถ้าเป็นเหงือกอักเสบ: ขูดหินปูนและขัดฟัน เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ หินปูน และคราบสี อาจใช้เครื่องอัลตราโซนิกและเครื่องมือขูด ละออง Airflow หรือแบบ GBT ที่ย้อมสีคราบก่อนให้เห็นจุดที่แปรงพลาด ตามที่เหมาะกับฟันของคุณ
- ถ้าเป็นโรคปริทันต์: เกลารากฟัน ทำความสะอาดใต้ขอบเหงือกทีละส่วน มักทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่และแบ่งทำมากกว่า 1 ครั้ง หลังทำอาจระบมเหงือกไม่กี่วัน ทันตแพทย์จะแนะนำการดูแลและวิธีบรรเทาปวด
- ประเมินซ้ำ: เมื่อเหงือกมีเวลาหาย จะวัดร่องเหงือกอีกครั้ง บริเวณที่ยังลึกอาจต้องผ่าตัดเหงือก
- ดูแลต่อเนื่อง: นัดทำความสะอาดเป็นระยะช่วยให้เหงือกคงที่ คนส่วนใหญ่มาประมาณทุก 6 เดือน หลังรักษาโรคปริทันต์หลายคนมาทุก 3–6 เดือน ทันตแพทย์จะแนะนำระยะที่เหมาะกับคุณ
ทันตแพทย์อาจใช้เลเซอร์ทันตกรรม Waterlase ร่วมกับการรักษาเหงือกแบบปกติเมื่อเหมาะกับเคสของคุณ โดยใช้เสริม ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด
ค่าขูดหินปูนและค่ารักษาโรคเหงือกอยู่ในหน้าราคา ค่ารักษาเหงือกขึ้นกับจำนวนบริเวณที่ต้องรักษาและความรุนแรงของโรค ทันตแพทย์ให้แผนการรักษาและประเมินค่าใช้จ่ายหลังตรวจเหงือก
ใช้สิทธิ์ประกันสังคมขูดหินปูนได้ โดยชำระค่ารักษาที่คลินิก คลินิกออกใบรับรองแพทย์และใบเสร็จแจกแจงรายการให้ แล้วนำไปเบิกกับประกันสังคมเอง
ถ้าคุณเป็นแบบนี้
ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่าง ไม่ใช่เรื่องของคนไข้จริง เพื่อช่วยให้คุณหาขั้นต่อไปที่เหมาะกับตัวเอง
- เพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟันเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วเห็นเลือด: ใช้ต่อทุกวันอย่างเบามือ มักดีขึ้นในราว 1 สัปดาห์ ถ้าครบ 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น นัดตรวจ
- ตั้งครรภ์อยู่และเลือดออกมากกว่าเดิม: ทำความสะอาดเบา ๆ แต่ให้ทั่ว และแจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้
- ทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด: ทานยาต่อตามแพทย์สั่ง อย่าหยุดยาเอง ใช้แปรงขนนุ่ม และแจ้งชื่อยากับทันตแพทย์ บางกรณีไม่ต้องหยุดยา บางกรณีทันตแพทย์อาจขอปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่ดูแลท่านอยู่ก่อน
- สูบบุหรี่และเหงือกแทบไม่มีเลือดออก: ไม่ได้แปลว่าเหงือกแข็งแรง การตรวจวัดร่องเหงือกให้คำตอบที่ชัดกว่า
- เพิ่งเลิกบุหรี่แล้วเลือดออกมากขึ้น: เกิดได้ในช่วงเดือนแรก ๆ เพราะเลือดกลับมาเลี้ยงเหงือกมากขึ้น ทำความสะอาดต่อให้ดี และไปตรวจเหงือกตามนัด
- เป็นเบาหวานและเหงือกอักเสบกลับมาเรื่อย ๆ: ตรวจเหงือก นัดดูแลต่อเนื่องเป็นประจำ และแจ้งแพทย์ที่ดูแลเบาหวานด้วย
- มีรากฟันเทียมและเหงือกรอบรากเทียมมีเลือดออก: นัดตรวจ ผู้ที่มีรากเทียมหลายคนมาทำความสะอาดทุก 3–4 เดือน
- มีไข้สูงเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วตอนนี้เลือดออกตามไรฟัน: พบแพทย์ภายในวันนั้น
คำถามที่พบบ่อย
เลือดออกตามไรฟัน หายเองได้ไหม
เลือดออกจากการเพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงขนแข็งมักหายในราว 1 สัปดาห์ ส่วนเลือดออกจากเหงือกอักเสบจะดีขึ้นเมื่อกำจัดคราบได้ทุกวัน และถ้ามีหินปูนต้องให้ทันตแพทย์ขูดออก ถ้าดูแลดีแล้วราว 2 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้น ควรตรวจเหงือก
เลือดออกตามไรฟัน ขาดวิตามินอะไร
หลัก ๆ คือวิตามินซี และพบน้อยกว่าคือวิตามินเค การขาดวิตามินซีทำให้หลอดเลือดเล็ก ๆ เปราะ ถ้าขาดรุนแรงเรียกว่าโรคลักปิดลักเปิด ส่วนการขาดวิตามินเคมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทั้งสองอย่างพบน้อยกว่าเหงือกอักเสบมาก จึงควรทำความสะอาดให้ดีก่อน กินผักผลไม้ และพบแพทย์ถ้าสงสัยว่าขาดวิตามินจริง
เลือดออกตามไรฟัน เป็นสัญญาณของมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ไหม
เป็นสัญญาณหนึ่งได้ แต่เป็นสาเหตุที่พบไม่บ่อย ลักษณะที่ควรสังเกตคือเลือดออกเองโดยไม่ได้แปรงฟัน ร่วมกับอาการอื่น เช่น ซีด อ่อนเพลียผิดปกติ มีไข้ จ้ำเลือด หรือติดเชื้อบ่อย ถ้าเป็นแบบนี้ให้พบแพทย์เพื่อตรวจเลือด ส่วนเลือดออกเฉพาะตอนแปรงฟันโดยไม่มีอาการอื่น มักมาจากเหงือก
คนท้องเลือดออกตามไรฟัน ทำอย่างไรดี
พบได้บ่อย เพราะฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ทำให้เหงือกไวต่อคราบมากขึ้น แปรงฟันเบา ๆ ที่ขอบเหงือกและทำความสะอาดซอกฟันทุกวันต่อไป แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์จะวางแผนการตรวจและขูดหินปูนให้
เลือดออกตามไรฟัน ใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากอะไรดี
วิธีแปรงสำคัญกว่าผลิตภัณฑ์ ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์กับแปรงขนนุ่มที่ขอบเหงือก และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน ช่วยได้มากที่สุด น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อใช้เสริมเพื่อลดคราบได้ แต่กำจัดหินปูนไม่ได้ และบางชนิดทำให้ฟันมีคราบสีถ้าใช้นาน ถามทันตแพทย์ว่าน้ำยาแบบไหนเหมาะกับคุณ
เหงือกบวม เลือดออก ต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม
โดยทั่วไปไม่ต้อง เหงือกอักเสบรักษาด้วยการกำจัดคราบและหินปูน ซึ่งยาฆ่าเชื้อทำแทนไม่ได้ ทันตแพทย์อาจให้ยาฆ่าเชื้อร่วมในบางกรณี เช่น การติดเชื้อบางแบบหรือโรคปริทันต์ระยะรุนแรง ซึ่งตัดสินหลังตรวจแล้ว ไม่ควรกินยาฆ่าเชื้อที่เหลือจากครั้งก่อนเอง
ขูดหินปูนแล้วเลือดออก ปกติไหม
ถ้าเหงือกอักเสบอยู่ การมีเลือดออกเล็กน้อยระหว่างและหลังขูดหินปูนไม่นานเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย เมื่อเหงือกหายในวันต่อ ๆ มาและคุณทำความสะอาดดีต่อเนื่อง เลือดเวลาแปรงฟันควรลดลง ส่วนหลังเกลารากฟันอาจระบมเหงือกไม่กี่วัน ทันตแพทย์จะอธิบายวิธีดูแล
ทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ขูดหินปูนได้ไหม
ส่วนใหญ่ทำได้ อย่าหยุดยาเอง เพราะโรคที่ต้องใช้ยานั้นสำคัญกว่า แจ้งชื่อยาและขนาดยากับทันตแพทย์ก่อนทำ บางกรณีไม่ต้องหยุดยา บางกรณีทันตแพทย์อาจขอปรึกษาแพทย์ประจำตัวที่ดูแลท่านอยู่ก่อน
สรุป
เลือดออกตามไรฟันส่วนใหญ่มาจากเหงือกอักเสบเพราะคราบจุลินทรีย์ที่ขอบเหงือก และในระยะนี้เหงือกกลับเป็นปกติได้
- อย่าหยุดแปรงฟัน แปรงเบา ๆ ที่ขอบเหงือก 2 นาที วันละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดซอกฟันทุกวัน
- ให้เวลาราว 2 สัปดาห์ ถ้าเลือดยังไม่หยุด นัดตรวจเหงือก เพราะหินปูนหรือโรคปริทันต์ต้องรักษาโดยทันตแพทย์
- น้ำยาบ้วนปากและวิตามินช่วยเสริมได้ แต่ใช้แทนการทำความสะอาดไม่ได้
- พบแพทย์โดยเร็วถ้าเลือดไม่หยุด เลือดออกเอง หรือมีจ้ำเลือด ไข้ ซีด หรืออ่อนเพลียผิดปกติร่วมด้วย
- แจ้งทันตแพทย์เรื่องการตั้งครรภ์ เบาหวาน โรคหัวใจ และยาทุกตัวที่ใช้
แหล่งอ้างอิง
สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): Bleeding Gums
สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): Brushing Your Teeth
NHS (สหราชอาณาจักร): Gum disease
CDC (สหรัฐฯ): About Periodontal (Gum) Disease
Cleveland Clinic: Bleeding Gums
MedlinePlus (หอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ): Bleeding gums
NHS (สหราชอาณาจักร): อาการของมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (AML)
องค์การอนามัยโลก: ไข้เลือดออกเดงกี
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย: เลือดออกตามไรฟัน สัญญาณอันตราย
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (อนามัยมีเดีย): สูตรลับฟันดี 2-2-2
Löe H และคณะ. Experimental gingivitis in man. J Periodontol, 1965
Ramseier CA และคณะ. การมีเลือดออกเวลาวัดร่องเหงือกในคนสูบบุหรี่และไม่สูบ. J Clin Periodontol, 2015
Worthington HV และคณะ. การทำความสะอาดซอกฟันที่บ้าน (Cochrane Review), 2019
James P และคณะ. น้ำยาบ้วนปากคลอร์เฮกซิดีนเป็นตัวเสริมเพื่อสุขภาพเหงือก (Cochrane Review), 2017
Hujoel PP และคณะ. แนวโน้มเลือดออกกับความต้องการวิตามินซี. Nutrition Reviews, 2021
Sanz M และคณะ. โรคปริทันต์กับเบาหวาน: ข้อสรุปร่วม IDF และ EFP. J Clin Periodontol, 2018
Sanz M และคณะ. โรคปริทันต์กับโรคหัวใจและหลอดเลือด: รายงานข้อสรุปร่วม. J Clin Periodontol, 2020