ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

กิจจาคลินิกทันตกรรม เชียงใหม่

เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ (CBCT) ใช้ตรวจอะไร ต่างจากเอกซเรย์ทั่วไปอย่างไร รังสีปลอดภัยไหม

ตรวจทานเนื้อหาโดย ทพ.ภวัคร์ ตั้งทางธรรม — ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ · ปริญญาโททันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย · ตรวจทานล่าสุด

ทันตแพทย์บอกว่าก่อนทำรากฟันเทียม หรือก่อนผ่าฟันคุด ต้องถ่ายเอกซเรย์ 3 มิติ คำถามมักตามมาทันที รังสีเยอะไหม เหมือน CT ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า เอกซเรย์ฟิล์มเล็กดูไม่พอหรือ และจำเป็นจริงไหม

ข่าวดีก่อน CBCT (cone beam CT) ทางทันตกรรมใช้รังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป แต่โดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ หน่วยงานด้านทันตกรรมและความปลอดภัยทางรังสีเห็นตรงกันว่า เมื่อภาพนั้นช่วยตอบคำถามที่จำเป็นต่อการรักษา ประโยชน์ที่ได้มากกว่าความเสี่ยงเล็กน้อยจากรังสี ทันตแพทย์จึงใช้ CBCT เฉพาะเมื่อเอกซเรย์แบบแผ่นให้ข้อมูลไม่พอ

บทความนี้อธิบายเอกซเรย์ฟันแต่ละแบบว่าเห็นอะไร CBCT ช่วยเมื่อไรและไม่จำเป็นเมื่อไร ปริมาณรังสีเทียบเป็นตัวเลขที่เข้าใจง่าย สิ่งที่ควรรู้ถ้าตั้งครรภ์หรือถ่ายให้เด็ก ขั้นตอนการถ่ายจริง และขั้นตอนที่คลินิก รวมถึงการขอถ่าย CBCT อย่างเดียว

สรุปสั้น ๆ: CBCT คือเอกซเรย์ฟันและขากรรไกรแบบ 3 มิติ เห็นกระดูก รากฟัน เส้นประสาท และไซนัสเป็นภาพที่มีความลึก ซึ่งเอกซเรย์แบบแผ่นทำไม่ได้ ใช้เมื่อการตัดสินใจรักษาต้องอาศัยรายละเอียดนั้น เช่น วางแผนรากฟันเทียม หรือฟันคุดที่อยู่ใกล้เส้นประสาท ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไปแต่โดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ จึงถ่ายเฉพาะเมื่อจำเป็น

ต้องถ่าย 3 มิติ หรือเอกซเรย์ธรรมดาก็พอ

ทันตแพทย์เป็นผู้ตัดสินว่าต้องใช้ภาพแบบไหน แต่รายการนี้ช่วยให้คุณเข้าใจเหตุผล และถามคำถามได้ตรงจุด

เอกซเรย์ธรรมดามักเพียงพอ

  • ตรวจฟันประจำ หรือหาฟันผุตามซอกฟัน
  • อุดฟัน หรือดูวัสดุอุดหรือครอบฟันเดิม
  • รักษารากฟันครั้งแรกในฟันที่รากไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่
  • ดูระดับกระดูกและเหงือกรอบฟัน
  • ดูภาพรวมฟันทั้งปาก รวมถึงฟันคุดที่อยู่ห่างจากเส้นประสาท

ทันตแพทย์อาจแนะนำ CBCT

  • วางแผนรากฟันเทียม ต้องวัดความสูง ความกว้างของกระดูก และระยะห่างจากเส้นประสาทหรือไซนัส
  • ฟันคุดล่างดูใกล้เส้นประสาทในภาพเอกซเรย์พานอรามิก
  • ฟันมีคลองรากโค้งหรือมีคลองรากเพิ่ม สงสัยฟันร้าว หรือต้องรักษารากฟันซ้ำ
  • ผ่าตัดใกล้ปลายราก เส้นประสาท หรือไซนัส เช่น ผ่าตัดปลายรากฟัน
  • ฟันฝังในกระดูก เช่น ฟันเขี้ยว ที่ต้องรู้ตำแหน่งแน่ชัดเพื่อวางแผนรักษา

แจ้งทันตแพทย์ก่อนถ่าย

  • ตั้งครรภ์ หรืออาจตั้งครรภ์
  • ถ่ายให้เด็กหรือวัยรุ่น
  • เพิ่งถ่าย CBCT หรือเอกซเรย์ฟันมาไม่นาน ไม่ว่าที่ไหน นำมาหรือส่งมาด้วย เพราะอาจใช้ได้
  • นิ่งได้ไม่นาน หรือรู้สึกกังวลกับเครื่องที่หมุนรอบตัว

เอกซเรย์ฟันมีกี่แบบ แต่ละแบบเห็นอะไร

เอกซเรย์ฟันแบ่งได้ 2 กลุ่ม แบบในช่องปากใช้ตัวรับภาพชิ้นเล็กวางในปาก เห็นฟันไม่กี่ซี่แต่ละเอียด แบบนอกช่องปากตัวรับภาพอยู่นอกปาก เห็นบริเวณกว้างกว่า เช่น ฟันทั้งปากและขากรรไกรทั้งบนล่าง เนื้อเยื่อที่หนาแน่นอย่างฟันและกระดูกดูดกลืนรังสีได้มาก จึงเห็นเป็นสีขาว ส่วนเนื้อเยื่ออ่อนเห็นเป็นสีเข้มกว่า

ภาพประกอบเทียบเอกซเรย์แบบแผ่นที่รากฟันซ้อนกับคลองประสาท กับภาพตัด 3 มิติที่เห็นแยกกัน
ภาพเปรียบเทียบเอกซเรย์แบบแผ่นที่รากฟันกับเส้นประสาทซ้อนกัน กับภาพตัด 3 มิติที่แยกให้เห็นชัด
ชนิดของภาพกล้องช่วยเห็นอะไรมักใช้เมื่อ
บิทวิง (ฟิล์มเล็กในปาก)ตัวฟันหลังบนและล่างพร้อมกัน มักไม่เห็นรากฟันผุตามซอกฟัน ใต้วัสดุอุดเดิม และระดับกระดูกใกล้ขอบเหงือก
ฟิล์มรอบปลายราก (ฟิล์มเล็กในปาก)ฟัน 1–2 ซี่ทั้งซี่ ตั้งแต่ตัวฟันถึงปลายราก และกระดูกรอบ ๆรักษารากฟัน การติดเชื้อปลายราก กระดูกรอบฟันละลาย
พานอรามิก (OPG ถ่ายนอกปาก)ฟันทั้งปาก ขากรรไกรบนล่าง ข้อต่อขากรรไกร และไซนัส ในภาพแผ่นเดียวดูภาพรวม ฟันคุด วางแผนจัดฟันหรือฟันปลอม ประเมินเบื้องต้นก่อนรากเทียม
เซฟาโลเมตริก (ภาพด้านข้างศีรษะ)กะโหลกศีรษะ ขากรรไกรบนล่าง และฟัน มองจากด้านข้างวางแผนจัดฟันและผ่าตัดขากรรไกร
CBCT (cone beam CT 3 มิติ)ฟัน กระดูก ราก แนวเส้นประสาท และไซนัสแบบ 3 มิติ ดูเป็นภาพตัดได้ทุกทิศทางวางแผนรากเทียม ฟันคุดใกล้เส้นประสาท รากฟันซับซ้อน วางแผนผ่าตัด

เอกซเรย์แบบแผ่นรวมทุกอย่างไว้ในภาพเดียว สิ่งที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังจึงซ้อนกัน ภาพพานอรามิกบอกได้ว่ารากฟันคุดกับแนวเส้นประสาทซ้อนกัน แต่บอกไม่ได้ว่าเส้นประสาทอยู่หน้า หลัง หรือแนบชิดราก CBCT ตอบได้เพราะเห็นความลึก

CBCT คืออะไร ต่างจาก CT โรงพยาบาลอย่างไร

CBCT ย่อมาจาก cone beam computed tomography เครื่องจะปล่อยลำรังสีเอกซ์ที่เป็นรูปกรวยผ่านบริเวณที่ต้องการตรวจ ขณะหมุนรอบศีรษะหนึ่งรอบ ระหว่างหมุนจะเก็บภาพแบบแผ่นหลายร้อยภาพ แล้วคอมพิวเตอร์ประกอบเป็นภาพ 3 มิติ ทันตแพทย์จึงดูฟันและขากรรไกรเป็นภาพตัดได้ทั้งแนวบนล่าง ซ้ายขวา และหน้าหลัง

ภาพประกอบการถ่าย CBCT มองจากด้านบน: ลำรังสีเอกซ์รูปกรวยผ่านศีรษะไปยังแผ่นรับภาพ ขณะเครื่องหมุนรอบศีรษะหนึ่งรอบ
ภาพอธิบายเครื่อง CBCT: ลำรังสีรูปกรวยผ่านศีรษะไปยังตัวรับภาพ ขณะที่เครื่องหมุนรอบศีรษะหนึ่งรอบ

ต่างจาก CT ในโรงพยาบาล เครื่อง CBCT ทางทันตกรรมมีขนาดเล็กพอจะตั้งในคลินิกทันตกรรมได้ และคุณนั่งหรือยืนถ่าย ไม่ต้องนอนเข้าไปในอุโมงค์ ขนาดบริเวณที่ถ่ายปรับได้ตั้งแต่ฟัน 1–2 ซี่ไปจนถึงขากรรไกรทั้งบนและล่าง บริเวณที่เล็กกว่ามักหมายถึงปริมาณรังสีที่น้อยกว่า

ประเด็นCBCT ทางทันตกรรมCT ทางการแพทย์
ท่าถ่ายนั่งหรือยืน เครื่องหมุนรอบศีรษะนอนบนเตียงที่เลื่อนผ่านวงแหวน
ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป แต่โดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์โดยทั่วไปมากกว่า
รายละเอียดกระดูกและฟันดีมากสำหรับฟัน ราก และกระดูกขากรรไกรดีสำหรับกระดูก และเห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ดีกว่ามาก
เนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ ต่อมเห็นได้จำกัดเห็นได้ละเอียด
ทำที่ไหนคลินิกทันตกรรมและโรงพยาบาลโรงพยาบาลและศูนย์ภาพถ่ายทางการแพทย์

CBCT ใช้ตรวจอะไรบ้าง

แนวทางทางทันตกรรมและรังสีวิทยาระบุว่า ควรใช้ CBCT เมื่อให้ข้อมูลที่เอกซเรย์ซึ่งใช้รังสีน้อยกว่าให้ไม่ได้ และข้อมูลนั้นมีผลต่อแผนการรักษา ต่อไปนี้คือสถานการณ์ที่ CBCT มักมีประโยชน์

ภาพประกอบภาพตัดขวางขากรรไกรล่าง: รากฟันกรามอยู่ใกล้คลองประสาท
ภาพตัดขวางขากรรไกรล่าง แสดงรากฟันคุดที่อยู่ใกล้คลองเส้นประสาท
สถานการณ์ภาพ 3 มิติช่วยอะไร
รากฟันเทียมวัดความสูงและความกว้างของกระดูก เห็นแนวเส้นประสาทและพื้นไซนัส ช่วยเลือกขนาดและตำแหน่งรากเทียม สมาคมทันตรังสีวิทยาแนะนำให้ใช้ภาพตัดขวางประเมินตำแหน่งรากเทียม โดย CBCT เป็นวิธีที่เลือกใช้
ปลูกกระดูกและยกไซนัสเห็นว่ากระดูกขาดไปเท่าไรและตรงไหน ทันตแพทย์จึงบอกได้ว่าต้องปลูกกระดูกหรือไม่
ฟันคุดที่อยู่ใกล้เส้นประสาทเห็นแนวเส้นประสาทเทียบกับรากฟันได้ชัด งานทบทวนวรรณกรรมพบว่า CBCT ทำนายการเห็นเส้นประสาทระหว่างผ่าตัดได้แม่นยำกว่าภาพพานอรามิก
รักษารากฟันที่ซับซ้อนและรักษาซ้ำช่วยหาคลองรากที่เพิ่มหรือโค้ง รอยร้าว และขอบเขตการติดเชื้อรอบราก
ฟันฝังหรือฟันเกินบอกตำแหน่งฟันและระยะห่างจากรากฟันข้างเคียง
ขากรรไกร ไซนัส และข้อต่อขากรรไกรเห็นส่วนกระดูกของข้อต่อขากรรไกร ถุงน้ำในขากรรไกร และพื้นไซนัส
อุบัติเหตุที่ฟันและขากรรไกรช่วยให้เห็นรากฟันหักและกระดูกรอบฟันที่ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับการตรวจฟันประจำ การอุดฟัน หรือรักษารากฟันส่วนใหญ่ที่ไม่ซับซ้อน CBCT มักไม่ได้เพิ่มข้อมูลมากนัก เอกซเรย์แบบแผ่นเหมาะกว่า CBCT ไม่ใช่การตรวจคัดกรองทั่วไป

รังสีจาก CBCT มากแค่ไหน ปลอดภัยไหม

ทุกคนได้รับรังสีจากธรรมชาติทุกวัน จากพื้นดิน วัสดุก่อสร้าง และจากอวกาศ ในสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยราว 3 มิลลิซีเวิร์ต (mSv) ต่อปี หรือไม่ถึง 0.01 mSv ต่อวัน การเทียบปริมาณรังสีจากการถ่ายภาพกับรังสีธรรมชาติรายวัน ช่วยให้นึกภาพได้ง่ายขึ้น

การตรวจปริมาณรังสีโดยประมาณเทียบกับรังสีธรรมชาติราว
เอกซเรย์ฟันฟิล์มเล็กในปากราว 0.005 mSvราว 1 วัน
เอกซเรย์พานอรามิกราว 0.025 mSvราว 3 วัน
CBCT บริเวณเล็ก (ค่าเฉลี่ยผู้ใหญ่)ราว 0.08 mSvราว 10 วัน
CBCT บริเวณใหญ่ (ค่าเฉลี่ยผู้ใหญ่)ราว 0.21 mSvราว 3–4 สัปดาห์
เอกซเรย์ปอดราว 0.1 mSvราว 10 วัน
CT ศีรษะทางการแพทย์ราว 1.6 mSvราว 7 เดือน

ตัวเลข CBCT เป็นค่าเฉลี่ยจากการวิเคราะห์ผลการวัดที่ตีพิมพ์จำนวนมาก งานเดียวกันพบว่าค่าแตกต่างกันมากตามรุ่นเครื่องและการตั้งค่า ปริมาณรังสีที่คุณได้รับจริงจึงขึ้นกับเครื่อง ขนาดบริเวณที่ถ่าย และค่าที่ตั้ง ส่วนตัวเลขอื่นเป็นค่าทั่วไปของผู้ใหญ่ที่สมาคมรังสีวิทยาเผยแพร่ให้ประชาชน

ทันตแพทย์ลดปริมาณรังสีอย่างไร

  • ถ่ายเมื่อมีเหตุผล: ถ่ายเฉพาะเมื่อภาพนั้นตอบคำถามที่มีผลต่อการรักษา
  • เลือกภาพที่ใช้รังสีน้อยที่สุดแต่ยังได้คำตอบ และใช้ CBCT เฉพาะเมื่อภาพแบบแผ่นไม่พอ
  • จำกัดบริเวณที่ถ่ายให้เล็กเท่าที่จำเป็น หลักนี้เรียกว่า ALARA คือให้ได้รับรังสีน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล
  • ใช้ภาพที่ถ่ายไว้ไม่นานจากครั้งก่อนหรือจากคลินิกอื่น ถ้ายังตอบคำถามได้
  • ตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดตัวผู้ถ่าย โดยเฉพาะเด็ก

เสื้อตะกั่วและปลอกคอกันรังสี

หลายคนคาดว่าจะต้องใส่เสื้อตะกั่ว คำแนะนำฉบับปรับปรุงของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันปี 2024 สรุปว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อตะกั่วและปลอกคอกันรังสีในการเอกซเรย์ฟันแล้ว ไม่ว่าผู้ถ่ายจะอายุเท่าไรหรือมีภาวะสุขภาพใด รวมถึงการตั้งครรภ์ เพราะเครื่องสมัยใหม่จำกัดลำรังสีให้แคบอยู่แล้ว และเสื้อตะกั่วอาจบังลำรังสีจนต้องถ่ายซ้ำ อย่างไรก็ตาม กฎของแต่ละประเทศและแต่ละสถานพยาบาลยังต่างกัน บางแห่งจึงยังใช้อยู่

ปริมาณรังสีจาก CBCT และเอกซเรย์ในปาก ที่คลินิก

คนไข้หลายคนกังวลเรื่องรังสีก่อนถ่ายเอกซเรย์ฟัน ซึ่งถามทันตแพทย์ได้เสมอ ที่คลินิก ปริมาณรังสีถูกทำให้ต่ำด้วย 3 อย่างร่วมกัน คือ เครื่อง CBCT ที่มีโหมด Ultra Low Dose ตัวรับภาพแบบดิจิทัลสำหรับเอกซเรย์ในปาก และการถ่ายเฉพาะเมื่อจำเป็น

เครื่อง CBCT Planmeca ProMax มีโหมด Ultra Low Dose

เครื่อง CBCT ของคลินิกคือ Planmeca ProMax ถ่ายได้ทั้งภาพ 3 มิติ (CBCT) และภาพพานอรามิกในเครื่องเดียว และมีโหมด Planmeca Ultra Low Dose (ULD) ผู้ผลิตอธิบายว่าโหมดนี้ลดรังสีด้วยการลดกระแสหลอดเอกซเรย์และย่นช่วงปล่อยรังสีของแต่ละภาพ ไม่ได้ลดจำนวนภาพที่เก็บ และ Planmeca รายงานว่าปริมาณรังสีลดลงเฉลี่ย 77% เมื่อเทียบกับโหมดมาตรฐาน โดยอ้างงานของ Ludlow และ Koivisto

งานวิจัยอิสระที่ตีพิมพ์ในวารสาร Dentomaxillofacial Radiology ปี 2023 วัดเครื่อง ProMax 3D Mid กับหุ่นจำลองศีรษะ บริเวณถ่ายเล็ก 4 × 5 ซม. พบปริมาณรังสีประสิทธิผล 2.8–5.8 ไมโครซีเวิร์ต (µSv หรือราว 0.003–0.006 mSv) ในโหมด Ultra Low Dose เทียบกับ 16.0–30.9 µSv (ราว 0.016–0.031 mSv) ในโหมดมาตรฐาน หรือต่ำกว่าราว 6 เท่า ผู้วิจัยสรุปว่าโหมดรังสีต่ำใช้เป็นงานประจำในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ ตัวเลขนี้เป็นผลจากหุ่นจำลองในงานวิจัย ไม่ใช่ค่าที่วัดจากผู้ถ่ายแต่ละคนที่คลินิก

ทันตแพทย์เลือกโหมดและขนาดบริเวณที่ถ่ายตามงานของแต่ละคน โหมด Ultra Low Dose เหมาะกับการถ่ายเพื่อวางแผนและติดตามผลหลายแบบ แต่บางงาน เช่น การดูรายละเอียดเล็กมากรอบรากฟัน ต้องใช้ภาพที่คมชัดกว่าของโหมดมาตรฐาน ไม่ว่าแบบไหน จะถ่ายบริเวณเล็กเท่าที่คำถามต้องการ เช่น ถ้าต้องดูฟันซี่เดียว ก็ไม่ต้องถ่ายทั้งขากรรไกร

ปริมาณรังสีจริงของแต่ละครั้งขึ้นกับโหมด ขนาดบริเวณที่ถ่าย และขนาดตัวผู้ถ่าย จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ตัวเลขในตารางด้านบนเป็นค่าเฉลี่ยจากงานวิจัยที่รวมเครื่องหลายรุ่น มีไว้เทียบให้เห็นภาพ ถ้าอยากรู้ว่าจะถ่ายบริเวณกว้างแค่ไหน ถามทันตแพทย์ได้ก่อนถ่าย

เอกซเรย์ในปากแบบดิจิทัล: แผ่นรับภาพและเซนเซอร์

เอกซเรย์ฟิล์มเล็กในปาก เช่น บิทวิงและฟิล์มรอบปลายราก ที่คลินิกใช้ตัวรับภาพแบบดิจิทัลแทนฟิล์ม มี 2 แบบ คือ แผ่นรับภาพ (phosphor plate) ที่บางและงอได้คล้ายฟิล์ม และเซนเซอร์ที่ส่งภาพเข้าคอมพิวเตอร์โดยตรง แนวทางของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (2012) ระบุว่า การถ่ายภาพแบบดิจิทัลเปิดโอกาสให้ลดปริมาณรังสีลงได้อีกราว 40–60% เมื่อเทียบกับฟิล์ม

ภาพแสดงบนจอคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องล้างฟิล์มด้วยน้ำยา ทันตแพทย์ขยายภาพและอธิบายให้คุณดูไปพร้อมกันได้ ส่วนรังสีจะลดได้จริงแค่ไหน ขึ้นกับการตั้งค่าเครื่องให้เหมาะ และการถ่ายให้ได้ภาพที่ใช้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ทีมจึงจัดท่าและตำแหน่งตัวรับภาพให้พอดีก่อนถ่ายทุกครั้ง

ถ่ายเท่าที่จำเป็น

  • ถ่ายเมื่อภาพนั้นช่วยตอบคำถามที่มีผลต่อการรักษา ไม่ได้ถ่ายเป็นประจำโดยไม่มีเหตุผล
  • ถ้ามีภาพที่ถ่ายไว้ไม่นานจากที่อื่น ส่งมาหรือนำมาด้วย ทันตแพทย์ดูก่อนว่าใช้ได้ไหม
  • ถ้าตั้งครรภ์ แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้
  • ถามได้ทุกเรื่องก่อนถ่าย เช่น ถ่ายเพื่ออะไร และถ่ายบริเวณกว้างแค่ไหน

โดยสรุป: เอกซเรย์ฟันใช้ปริมาณรังสีต่ำ และที่คลินิกใช้ 3 อย่างร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องใช้ด้วยรังสีน้อยเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล คือ เครื่อง CBCT ที่มีโหมด Ultra Low Dose ซึ่งทันตแพทย์เลือกใช้เมื่อเหมาะกับงาน ตัวรับภาพดิจิทัล และการถ่ายเท่าที่จำเป็น

คนท้องและเด็ก เอกซเรย์ฟันได้ไหม

ถ้าตั้งครรภ์

สมาคมทันตแพทย์อเมริกันอ้างวิทยาลัยสูติแพทย์และนรีแพทย์อเมริกันว่า การเอกซเรย์ฟันปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ ปริมาณรังสีต่ำมากและลำรังสีเล็งไปที่ปาก ห่างจากหน้าท้อง แต่ทันตแพทย์หลายคนยังเลื่อนเอกซเรย์ที่ยังไม่จำเป็นออกไปก่อน และโรงพยาบาลจะพิจารณาเป็นพิเศษก่อนถ่าย CBCT ในคนตั้งครรภ์

ที่คลินิกของเรา: แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้

ถ้าถ่ายให้เด็ก

เด็กไวต่อรังสีมากกว่าผู้ใหญ่ และมีช่วงชีวิตข้างหน้าที่ยาวกว่า แนวทางจึงให้ใช้ CBCT ในเด็กเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง และปรับค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดตัว แต่เด็กและวัยรุ่นอาจต้องเอกซเรย์ฟันทั่วไปบ่อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะฟันและขากรรไกรยังเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองถามได้ว่าทำไมต้องถ่าย ภาพที่ใช้รังสีน้อยกว่าตอบคำถามได้ไหม และควรจดประวัติการถ่ายภาพของลูกไว้

การถ่าย CBCT ต้องนิ่ง เด็กเล็กที่ยังนิ่งไม่ได้แม้ช่วงสั้น ๆ อาจยังไม่เหมาะกับการถ่ายแบบนี้

ถ่าย CBCT ทำอย่างไร ทีละขั้น

ห้องเอกซเรย์ที่มีเครื่อง CBCT 3 มิติของคลินิก ซึ่งถ่ายภาพพานอรามิกได้ด้วย
ภาพ: กิจจาคลินิกทันตกรรม

ไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร และกินยาประจำได้ตามปกติ

  1. ก่อนถ่าย แจ้งเจ้าหน้าที่ถ้าตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ และบอกถ้าเพิ่งถ่ายภาพฟันมาไม่นาน
  2. ถอดโลหะบริเวณศีรษะและลำคอ เช่น ต่างหู สร้อยคอ กิ๊บติดผม แว่นตา และเครื่องช่วยฟัง ฟันปลอมและรีเทนเนอร์แบบถอดได้มักต้องถอดด้วย จึงควรนำกล่องใส่มา
  3. นั่งหรือยืนในเครื่อง เจ้าหน้าที่จัดท่าศีรษะด้วยที่วางคาง บางครั้งมีที่ยึดศีรษะแบบนุ่ม และอาจให้กัดแท่งนำตำแหน่งเบา ๆ
  4. นิ่งที่สุดและหายใจตามปกติ ขณะที่แขนเครื่องหมุนรอบศีรษะหนึ่งรอบ ระหว่างถ่ายไม่มีอะไรสัมผัสภายในช่องปาก
  5. ช่วงฉายรังสีใช้เวลาสั้น ข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่เผยแพร่ระบุว่า บริเวณเล็กไม่ถึง 10 วินาที ถ่ายเต็มบริเวณราว 20–40 วินาที และบางเครื่องราว 90 วินาทีหลังจัดท่าเสร็จ
  6. หลังถ่าย คอมพิวเตอร์ประกอบภาพ 3 มิติ ซึ่งใช้เวลาอีกสักครู่ จากนั้นกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติทันที
  7. ทันตแพทย์ดูภาพ อธิบายสิ่งที่เห็น และนำไปใช้วางแผนการรักษา

ถ้ารู้สึกกังวลกับเครื่องที่เคลื่อนรอบตัว บอกเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จะอธิบายทุกขั้นก่อนเริ่ม และให้ลองนิ่งก่อนเริ่มฉายรังสีได้

CBCT เห็นอะไร และมีข้อจำกัดอะไร

CBCT เห็นเนื้อเยื่อแข็งได้ดีมาก คือ ฟัน ราก และกระดูก แต่เห็นเนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ ต่อม และตัวเหงือกได้ไม่ดี ซึ่ง CT ทางการแพทย์หรือ MRI เห็นได้ดีกว่ามาก จึงใช้ตอบคำถามเรื่องฟันและกระดูก ไม่ใช่ตรวจทุกส่วนของศีรษะ

  • โลหะ เช่น ครอบฟัน เดือยฟัน รากเทียม และวัสดุอุดบางชนิด ทำให้เกิดเส้นสว่างและเงารบกวนภาพ ซึ่งอาจบังรายละเอียดที่อยู่ข้าง ๆ
  • การขยับระหว่างถ่ายทำให้ภาพเบลอ จึงต้องนิ่ง
  • ฟันผุเล็ก ๆ ตามซอกฟัน มักเห็นได้ดีพอ ๆ กันหรือดีกว่าในภาพบิทวิง
  • ภาพแสดงสภาพ ณ ตอนถ่ายเท่านั้น ทันตแพทย์ยังต้องตรวจในปาก เพราะบางอย่างต้องตรวจด้วยตัวเอง

ภาพ CBCT บริเวณใหญ่จะเห็นส่วนอื่นนอกจากฟันด้วย เช่น ไซนัสและทางเดินหายใจ ผู้อ่านภาพจึงควรดูทุกส่วนในภาพ ไม่ใช่แค่ฟันที่สนใจ

ความเชื่อ กับ ความจริง เรื่องเอกซเรย์ฟัน

ความเชื่อความจริง
CBCT ทางทันตกรรมก็คือ CT ในโรงพยาบาลทั้งคู่ให้ภาพ 3 มิติ แต่ CBCT ออกแบบมาสำหรับฟันและขากรรไกร ถ่ายในท่านั่งหรือยืน และโดยทั่วไปใช้รังสีน้อยกว่า
ภาพ 3 มิติดีกว่าเสมอ ทุกคนควรถ่ายดีกว่าเฉพาะเมื่อคำถามต้องการความลึก สำหรับตรวจฟันและอุดฟันส่วนใหญ่ ภาพแบบแผ่นตอบได้โดยใช้รังสีน้อยกว่า
คนท้องห้ามเอกซเรย์ฟันเด็ดขาดสมาคมสูติแพทย์และทันตแพทย์ถือว่าการเอกซเรย์ฟันปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ แจ้งทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะพิจารณาว่าอะไรจำเป็นตอนนี้และอะไรรอได้
ไม่ใส่เสื้อตะกั่วแปลว่าไม่ปลอดภัยแนวทางปัจจุบันของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันระบุว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อตะกั่วและปลอกคอแล้ว เพราะเครื่องสมัยใหม่จำกัดลำรังสี แต่กฎในบางพื้นที่อาจยังกำหนดให้ใช้
CBCT เห็นทุกอย่าง รวมถึงโรคเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนเห็นกระดูกที่ละลายจากโรคเหงือก แต่ไม่เห็นตัวเหงือกโดยละเอียด สุขภาพเหงือกตรวจด้วยการวัดร่องเหงือก
ถ่ายจากคลินิกอื่นมาแล้ว ต้องถ่ายใหม่ทุกครั้งไม่เสมอไป ภาพที่ถ่ายไม่นานในบริเวณที่ต้องการมักใช้ได้ และแนวทางสนับสนุนให้ใช้ภาพเดิม ทันตแพทย์ตัดสินหลังดูภาพ

คำถามที่ควรถามก่อนถ่าย

หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางรังสีสนับสนุนให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองถามคำถามง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ ทีมทันตแพทย์ยินดีตอบเสมอ

  • ภาพนี้จะตอบคำถามอะไร และคำตอบนั้นเปลี่ยนแผนการรักษาอย่างไร
  • เอกซเรย์ที่ใช้รังสีน้อยกว่าให้ข้อมูลเท่ากันไหม
  • จะถ่ายบริเวณกว้างแค่ไหน
  • ใช้ภาพเดิมหรือภาพจากคลินิกอื่นแทนได้ไหม
  • ถ้าเป็นเด็ก ปรับค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดตัวเด็กไหม
  • ขอสำเนาภาพไว้เองหรือให้ทันตแพทย์ท่านอื่นได้ไหม

ถ่าย CBCT ที่คลินิก ทำอะไรบ้าง

เครื่อง CBCT เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการรักษาที่กิจจาคลินิกทันตกรรม ทันตแพทย์จะแนะนำให้ถ่ายเฉพาะเมื่อแผนการรักษาต้องใช้

  • รากฟันเทียมวางแผนด้วย CBCT 3 มิติ ทันตแพทย์ดูกระดูก แนะนำระบบรากเทียม และแจ้งระยะเวลาการรักษาหลังถ่าย และมีการผ่าตัดโดยใช้แนวนำที่ทำจากภาพสแกนเมื่อทันตแพทย์แนะนำ
  • การตัดสินว่าต้องปลูกกระดูกหรือยกไซนัสไหม และใส่รากเทียมทันทีหลังถอนฟันได้ไหม ใช้ข้อมูลจาก CBCT
  • ฟันคุดประเมินด้วยภาพพานอรามิก และถ่าย CBCT เพิ่มเมื่อรากอยู่ใกล้เส้นประสาท
  • ก่อนศัลยกรรมช่องปาก ใช้เอกซเรย์หรือ CBCT ดูราก เส้นประสาท และไซนัส
  • ในการรักษารากฟัน ใช้ CBCT ของฟัน 1–2 ซี่เมื่อจำเป็น เช่น คลองรากโค้งหรือมีคลองเพิ่ม สงสัยร้าว หรือรักษาซ้ำ และถ่าย CBCT ก่อนผ่าตัดปลายรากฟันทุกครั้ง
  • สำหรับผู้สูงอายุ ถ่าย CBCT เฉพาะเมื่อการวางแผนต้องใช้

ขอถ่าย CBCT อย่างเดียว

ขอถ่าย CBCT อย่างเดียวที่คลินิกได้ ขอเองได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว ถ้าทันตแพทย์ท่านอื่นส่งตัวมา คลินิกส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ที่ส่งตัวมา นำใบส่งตัวหรือช่องทางติดต่อทันตแพทย์ของคุณมาด้วยถ้ามี

มีภาพเอกซเรย์อยู่แล้ว

ส่งภาพเอกซเรย์หรือ CBCT ที่ถ่ายไว้ไม่นานมาได้ ถ้าอยู่ต่างประเทศ ส่งภาพเอกซเรย์ ภาพสแกน หรือรูปถ่ายทางอีเมล WhatsApp LINE หรือ Messenger ก่อนเดินทางได้ ทันตแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องจะดูและให้ความเห็นเบื้องต้น แผนการรักษาสุดท้ายต้องตรวจในปากจริงเสมอ และทันตแพทย์ถ่ายภาพใหม่เฉพาะเมื่อจำเป็น

รากฟันเทียม เชียงใหม่

ฟันคุด

ค่าเอกซเรย์และ CBCT อยู่ในหน้าราคา ค่าเอกซเรย์คิดแยกเฉพาะเมื่อจำเป็น และทันตแพทย์แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มเสมอ

ดูราคาเอกซเรย์และ CBCT

ถ้าคุณเป็นแบบนี้

ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่าง ไม่ใช่เรื่องของคนไข้จริง เพื่อช่วยให้คุณหาขั้นต่อไปที่เหมาะกับตัวเอง

  • วางแผนรากฟันเทียมและกังวลเรื่องการถ่าย: ถามทันตแพทย์ว่าภาพจะใช้วัดอะไร สำหรับรากเทียม กระดูกและระยะห่างจากเส้นประสาทหรือไซนัสเป็นตัวกำหนดแผน และจะถ่ายเฉพาะบริเวณที่จำเป็น
  • ภาพพานอรามิกเห็นฟันคุดล่างอยู่ใกล้เส้นประสาท: ทันตแพทย์อาจแนะนำ CBCT เพื่อดูแนวเส้นประสาทให้ชัดก่อนวางแผนผ่าตัด
  • แค่อุดฟัน: ฟิล์มเล็กมักเพียงพอ ภาพ 3 มิติมักไม่ได้เพิ่มข้อมูล
  • ทันตแพทย์ที่อื่นให้มาถ่าย CBCT: ขอถ่ายอย่างเดียวได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว และคลินิกส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ท่านนั้นได้
  • อยู่ต่างประเทศและเพิ่งถ่ายภาพมาเมื่อเดือนก่อน: ส่งมาก่อนเดินทาง ทันตแพทย์จะดูภาพ และถ่ายใหม่เฉพาะเมื่อจำเป็น
  • ตั้งครรภ์และปวดฟัน: แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้ รวมถึงเอกซเรย์ที่จำเป็นตอนนี้
  • ลูกต้องถ่ายภาพเพราะฟันฝัง: ถามเหตุผลที่ต้องถ่าย และเครื่องตั้งค่าเหมาะกับเด็กไหม แล้วจดประวัติการถ่ายภาพของลูกไว้
  • มีครอบฟันหรือรากเทียมหลายซี่: แจ้งทันตแพทย์ เพราะโลหะทำให้เกิดเส้นรบกวนในภาพ ทันตแพทย์จะเลือกมุมภาพที่ตอบคำถามได้ชัดที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเอกซเรย์ฟัน 3 มิติ

เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ ปลอดภัยไหม

ถ้าจำเป็นต้องถ่าย ถือว่าปลอดภัย ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป และโดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ หน่วยงานด้านทันตกรรมและความปลอดภัยทางรังสีเห็นตรงกันว่า การถ่ายที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ให้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงเล็กน้อย จึงถ่ายเฉพาะเมื่อภาพนั้นช่วยตอบคำถามที่มีผลต่อการรักษา

CBCT รังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไปแค่ไหน

เอกซเรย์ฟิล์มเล็กราว 0.005 mSv ใกล้เคียงรังสีธรรมชาติราว 1 วัน ภาพพานอรามิกราว 0.025 mSv ค่าเฉลี่ยที่ตีพิมพ์ของ CBCT ผู้ใหญ่ราว 0.08 mSv สำหรับบริเวณเล็ก และราว 0.21 mSv สำหรับบริเวณใหญ่ หรือเทียบได้กับรังสีธรรมชาติราว 10 วันถึงไม่กี่สัปดาห์ แต่ค่าจริงต่างกันมากตามเครื่องและการตั้งค่า

คลินิกใช้เครื่องเอกซเรย์อะไร มีโหมดลดรังสีไหม

คลินิกใช้เครื่อง CBCT Planmeca ProMax ซึ่งถ่ายได้ทั้งภาพ 3 มิติและภาพพานอรามิก และมีโหมด Planmeca Ultra Low Dose ทันตแพทย์เลือกโหมดตามงานของแต่ละคน เพราะบางงานต้องใช้ภาพที่คมชัดกว่าของโหมดมาตรฐาน ส่วนเอกซเรย์ในปากเป็นระบบดิจิทัล ใช้แผ่นรับภาพและเซนเซอร์

เอกซเรย์ดิจิทัลใช้รังสีน้อยกว่าฟิล์มไหม

โดยทั่วไปใช้น้อยกว่า แนวทางของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันร่วมกับ FDA สหรัฐฯ ระบุว่าการถ่ายภาพแบบดิจิทัลเปิดโอกาสให้ลดปริมาณรังสีลงได้อีกราว 40–60% เมื่อเทียบกับฟิล์ม ผลจริงขึ้นกับการตั้งค่าเครื่องและการถ่ายให้ได้ภาพที่ใช้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ที่คลินิกเอกซเรย์ในปากใช้แผ่นรับภาพและเซนเซอร์ดิจิทัล

คนท้องเอกซเรย์ฟันได้ไหม

การเอกซเรย์ฟันถือว่าปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ และลำรังสีเล็งไปที่ปาก แต่ทันตแพทย์หลายคนยังเลื่อนภาพที่รอได้ออกไปก่อน และการถ่าย CBCT ในคนตั้งครรภ์จะพิจารณาเป็นพิเศษ แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้

ถ่าย CBCT ใช้เวลานานไหม

ช่วงฉายรังสีใช้เวลาสั้น ตั้งแต่ไม่ถึง 10 วินาทีสำหรับบริเวณเล็ก ไปจนถึงราวไม่เกินหนึ่งนาทีสำหรับถ่ายเต็มบริเวณในเครื่องส่วนใหญ่ การจัดท่าก่อนถ่ายและการประกอบภาพ 3 มิติหลังถ่ายใช้เวลาเพิ่มอีกไม่กี่นาที จึงเป็นการนัดที่ไม่นาน

CBCT เห็นฟันผุได้ไหม

เห็นฟันผุขนาดใหญ่ได้ แต่ฟันผุเล็ก ๆ ตามซอกฟันมักตรวจด้วยภาพบิทวิง ซึ่งใช้รังสีน้อยกว่าและไม่ถูกรบกวนจากเส้นเงาของวัสดุอุดโลหะข้างเคียง จึงไม่ถ่าย CBCT เพื่อหาฟันผุอย่างเดียว

ทำรากฟันเทียมต้องถ่าย CBCT ไหม

สมาคมทันตรังสีวิทยาแนะนำให้ใช้ภาพตัดขวางประเมินทุกตำแหน่งที่จะใส่รากเทียม โดย CBCT เป็นวิธีที่เลือกใช้ เพราะวัดกระดูกได้และเห็นเส้นประสาทกับไซนัส ที่คลินิกของเรา รากฟันเทียมวางแผนด้วย CBCT 3 มิติ

ขอถ่าย CBCT เองได้ไหม ไม่มีใบส่งตัว

ได้ ที่คลินิกของเราขอถ่าย CBCT อย่างเดียวได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว ถ้าทันตแพทย์ท่านอื่นส่งตัวมา คลินิกส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ท่านนั้น

ทำไมไม่ต้องใส่เสื้อตะกั่วแล้ว

คำแนะนำฉบับปรับปรุงของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันพบว่า เสื้อตะกั่วและปลอกคอไม่ได้ช่วยป้องกันเพิ่มอย่างมีความหมายเมื่อใช้เครื่องเอกซเรย์ฟันสมัยใหม่ที่จำกัดลำรังสีแคบอยู่แล้ว และอาจบังภาพจนต้องถ่ายซ้ำ บางประเทศและบางสถานพยาบาลยังใช้อยู่ตามกฎของพื้นที่

สรุป

CBCT คือเอกซเรย์ฟันและขากรรไกรแบบ 3 มิติ ใช้เมื่อการตัดสินใจรักษาต้องเห็นกระดูก ราก เส้นประสาท หรือไซนัสแบบมีความลึก

  • เอกซเรย์แบบแผ่นพอสำหรับตรวจฟัน อุดฟัน และรักษารากฟันส่วนใหญ่ CBCT ช่วยเรื่องรากเทียม ฟันคุดใกล้เส้นประสาท รากฟันซับซ้อน และการผ่าตัด
  • ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป และโดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ ขึ้นกับเครื่องและขนาดบริเวณที่ถ่าย
  • แจ้งทันตแพทย์ถ้าตั้งครรภ์ ถ้าถ่ายให้เด็ก และถ้ามีภาพที่ถ่ายไว้ไม่นาน
  • การถ่ายใช้เวลาไม่นาน ไม่มีอะไรเข้าไปในปาก สิ่งสำคัญคือต้องนิ่ง
  • ที่คลินิกขอถ่าย CBCT อย่างเดียวได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว และส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ที่ส่งตัวมาได้

แหล่งอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA): Dental Cone-beam Computed Tomography

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA): คำแนะนำฉบับปรับปรุงด้านความปลอดภัยของการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม 2024

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): X-rays

สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): การทำฟันระหว่างตั้งครรภ์

RadiologyInfo (RSNA และ ACR): Dental Cone Beam CT

RadiologyInfo (RSNA และ ACR): ปริมาณรังสีจากการเอกซเรย์และ CT

Cleveland Clinic: Dental X-rays

โรงพยาบาล Queen Victoria (NHS สหราชอาณาจักร): ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย Cone Beam CT

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: เครื่องกำเนิดรังสีในงานทันตกรรม

Ludlow JB และคณะ. ปริมาณรังสีประสิทธิผลของ CBCT ทางทันตกรรม: การวิเคราะห์อภิมาน. Dentomaxillofac Radiol, 2015

Benavides E และคณะ. ความปลอดภัยทางรังสีในทันตกรรม: คำแนะนำทางคลินิกและข้อกำหนด. J Am Dent Assoc, 2024

สมาคมทันตแพทย์อเมริกันและ FDA สหรัฐฯ: แนวทางการเลือกถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรมและการจำกัดปริมาณรังสี 2012

Planmeca (ผู้ผลิต): คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Planmeca Ultra Low Dose การถ่าย CBCT ด้วยปริมาณรังสีที่ต่ำลง 2017

Charuakkra A และคณะ. เปรียบเทียบคุณภาพภาพและปริมาณรังสีประสิทธิผลของเครื่อง CBCT โหมดรังสีต่ำ. Dentomaxillofac Radiol, 2023

Tyndall DA และคณะ. แถลงการณ์ AAOMR เรื่องเกณฑ์เลือกภาพรังสีในงานรากฟันเทียม เน้น CBCT. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radiol, 2012

แถลงการณ์ร่วม AAE และ AAOMR: การใช้ CBCT ในงานรักษารากฟัน ฉบับปรับปรุง 2015. Oral Surg Oral Med Oral Pathol Oral Radiol, 2015

Reia VCB และคณะ. ความแม่นยำของ CBCT เทียบกับภาพพานอรามิกในการทำนายการเห็นเส้นประสาทขณะผ่าฟันคุด. Clin Oral Investig, 2021

Schulze R และคณะ. สิ่งรบกวนภาพใน CBCT: บทความทบทวน. Dentomaxillofac Radiol, 2011

Horner K และคณะ. หลักการพื้นฐานการใช้ CBCT ทางทันตกรรม: แนวทางฉันทามติของสมาคมทันตรังสีวิทยายุโรป. Dentomaxillofac Radiol, 2009

ขั้นต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคำถามเรื่องฟัน?

เจ้าหน้าที่ตอบทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทุกวัน 09:00–20:00 น.

โลโก้ กิจจาคลินิกทันตกรรม เชียงใหม่
ภาพรวมความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ตามปกติ ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ และทำหน้าที่ต่างๆ เช่น จดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์กับคุณ

โลโก้ กิจจาคลินิกทันตกรรม เชียงใหม่
ภาพรวมความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ตามปกติ ข้อมูลคุกกี้จะถูกเก็บไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ และทำหน้าที่ต่างๆ เช่น จดจำคุณเมื่อคุณกลับมาที่เว็บไซต์ของเรา และช่วยให้ทีมงานเข้าใจว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์กับคุณ