
ทันตแพทย์บอกว่าก่อนทำรากฟันเทียม หรือก่อนผ่าฟันคุด ต้องถ่ายเอกซเรย์ 3 มิติ คำถามมักตามมาทันที รังสีเยอะไหม เหมือน CT ที่โรงพยาบาลหรือเปล่า เอกซเรย์ฟิล์มเล็กดูไม่พอหรือ และจำเป็นจริงไหม
ข่าวดีก่อน CBCT (cone beam CT) ทางทันตกรรมใช้รังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป แต่โดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ หน่วยงานด้านทันตกรรมและความปลอดภัยทางรังสีเห็นตรงกันว่า เมื่อภาพนั้นช่วยตอบคำถามที่จำเป็นต่อการรักษา ประโยชน์ที่ได้มากกว่าความเสี่ยงเล็กน้อยจากรังสี ทันตแพทย์จึงใช้ CBCT เฉพาะเมื่อเอกซเรย์แบบแผ่นให้ข้อมูลไม่พอ
บทความนี้อธิบายเอกซเรย์ฟันแต่ละแบบว่าเห็นอะไร CBCT ช่วยเมื่อไรและไม่จำเป็นเมื่อไร ปริมาณรังสีเทียบเป็นตัวเลขที่เข้าใจง่าย สิ่งที่ควรรู้ถ้าตั้งครรภ์หรือถ่ายให้เด็ก ขั้นตอนการถ่ายจริง และขั้นตอนที่คลินิก รวมถึงการขอถ่าย CBCT อย่างเดียว
สรุปสั้น ๆ: CBCT คือเอกซเรย์ฟันและขากรรไกรแบบ 3 มิติ เห็นกระดูก รากฟัน เส้นประสาท และไซนัสเป็นภาพที่มีความลึก ซึ่งเอกซเรย์แบบแผ่นทำไม่ได้ ใช้เมื่อการตัดสินใจรักษาต้องอาศัยรายละเอียดนั้น เช่น วางแผนรากฟันเทียม หรือฟันคุดที่อยู่ใกล้เส้นประสาท ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไปแต่โดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ จึงถ่ายเฉพาะเมื่อจำเป็น
ต้องถ่าย 3 มิติ หรือเอกซเรย์ธรรมดาก็พอ
ทันตแพทย์เป็นผู้ตัดสินว่าต้องใช้ภาพแบบไหน แต่รายการนี้ช่วยให้คุณเข้าใจเหตุผล และถามคำถามได้ตรงจุด
เอกซเรย์ธรรมดามักเพียงพอ
- ตรวจฟันประจำ หรือหาฟันผุตามซอกฟัน
- อุดฟัน หรือดูวัสดุอุดหรือครอบฟันเดิม
- รักษารากฟันครั้งแรกในฟันที่รากไม่ซับซ้อน ซึ่งเป็นส่วนใหญ่
- ดูระดับกระดูกและเหงือกรอบฟัน
- ดูภาพรวมฟันทั้งปาก รวมถึงฟันคุดที่อยู่ห่างจากเส้นประสาท
ทันตแพทย์อาจแนะนำ CBCT
- วางแผนรากฟันเทียม ต้องวัดความสูง ความกว้างของกระดูก และระยะห่างจากเส้นประสาทหรือไซนัส
- ฟันคุดล่างดูใกล้เส้นประสาทในภาพเอกซเรย์พานอรามิก
- ฟันมีคลองรากโค้งหรือมีคลองรากเพิ่ม สงสัยฟันร้าว หรือต้องรักษารากฟันซ้ำ
- ผ่าตัดใกล้ปลายราก เส้นประสาท หรือไซนัส เช่น ผ่าตัดปลายรากฟัน
- ฟันฝังในกระดูก เช่น ฟันเขี้ยว ที่ต้องรู้ตำแหน่งแน่ชัดเพื่อวางแผนรักษา
แจ้งทันตแพทย์ก่อนถ่าย
- ตั้งครรภ์ หรืออาจตั้งครรภ์
- ถ่ายให้เด็กหรือวัยรุ่น
- เพิ่งถ่าย CBCT หรือเอกซเรย์ฟันมาไม่นาน ไม่ว่าที่ไหน นำมาหรือส่งมาด้วย เพราะอาจใช้ได้
- นิ่งได้ไม่นาน หรือรู้สึกกังวลกับเครื่องที่หมุนรอบตัว
เอกซเรย์ฟันมีกี่แบบ แต่ละแบบเห็นอะไร
เอกซเรย์ฟันแบ่งได้ 2 กลุ่ม แบบในช่องปากใช้ตัวรับภาพชิ้นเล็กวางในปาก เห็นฟันไม่กี่ซี่แต่ละเอียด แบบนอกช่องปากตัวรับภาพอยู่นอกปาก เห็นบริเวณกว้างกว่า เช่น ฟันทั้งปากและขากรรไกรทั้งบนล่าง เนื้อเยื่อที่หนาแน่นอย่างฟันและกระดูกดูดกลืนรังสีได้มาก จึงเห็นเป็นสีขาว ส่วนเนื้อเยื่ออ่อนเห็นเป็นสีเข้มกว่า

| ชนิดของภาพ | กล้องช่วยเห็นอะไร | มักใช้เมื่อ |
|---|---|---|
| บิทวิง (ฟิล์มเล็กในปาก) | ตัวฟันหลังบนและล่างพร้อมกัน มักไม่เห็นราก | ฟันผุตามซอกฟัน ใต้วัสดุอุดเดิม และระดับกระดูกใกล้ขอบเหงือก |
| ฟิล์มรอบปลายราก (ฟิล์มเล็กในปาก) | ฟัน 1–2 ซี่ทั้งซี่ ตั้งแต่ตัวฟันถึงปลายราก และกระดูกรอบ ๆ | รักษารากฟัน การติดเชื้อปลายราก กระดูกรอบฟันละลาย |
| พานอรามิก (OPG ถ่ายนอกปาก) | ฟันทั้งปาก ขากรรไกรบนล่าง ข้อต่อขากรรไกร และไซนัส ในภาพแผ่นเดียว | ดูภาพรวม ฟันคุด วางแผนจัดฟันหรือฟันปลอม ประเมินเบื้องต้นก่อนรากเทียม |
| เซฟาโลเมตริก (ภาพด้านข้างศีรษะ) | กะโหลกศีรษะ ขากรรไกรบนล่าง และฟัน มองจากด้านข้าง | วางแผนจัดฟันและผ่าตัดขากรรไกร |
| CBCT (cone beam CT 3 มิติ) | ฟัน กระดูก ราก แนวเส้นประสาท และไซนัสแบบ 3 มิติ ดูเป็นภาพตัดได้ทุกทิศทาง | วางแผนรากเทียม ฟันคุดใกล้เส้นประสาท รากฟันซับซ้อน วางแผนผ่าตัด |
เอกซเรย์แบบแผ่นรวมทุกอย่างไว้ในภาพเดียว สิ่งที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังจึงซ้อนกัน ภาพพานอรามิกบอกได้ว่ารากฟันคุดกับแนวเส้นประสาทซ้อนกัน แต่บอกไม่ได้ว่าเส้นประสาทอยู่หน้า หลัง หรือแนบชิดราก CBCT ตอบได้เพราะเห็นความลึก
CBCT คืออะไร ต่างจาก CT โรงพยาบาลอย่างไร
CBCT ย่อมาจาก cone beam computed tomography เครื่องจะปล่อยลำรังสีเอกซ์ที่เป็นรูปกรวยผ่านบริเวณที่ต้องการตรวจ ขณะหมุนรอบศีรษะหนึ่งรอบ ระหว่างหมุนจะเก็บภาพแบบแผ่นหลายร้อยภาพ แล้วคอมพิวเตอร์ประกอบเป็นภาพ 3 มิติ ทันตแพทย์จึงดูฟันและขากรรไกรเป็นภาพตัดได้ทั้งแนวบนล่าง ซ้ายขวา และหน้าหลัง

ต่างจาก CT ในโรงพยาบาล เครื่อง CBCT ทางทันตกรรมมีขนาดเล็กพอจะตั้งในคลินิกทันตกรรมได้ และคุณนั่งหรือยืนถ่าย ไม่ต้องนอนเข้าไปในอุโมงค์ ขนาดบริเวณที่ถ่ายปรับได้ตั้งแต่ฟัน 1–2 ซี่ไปจนถึงขากรรไกรทั้งบนและล่าง บริเวณที่เล็กกว่ามักหมายถึงปริมาณรังสีที่น้อยกว่า
| ประเด็น | CBCT ทางทันตกรรม | CT ทางการแพทย์ |
|---|---|---|
| ท่าถ่าย | นั่งหรือยืน เครื่องหมุนรอบศีรษะ | นอนบนเตียงที่เลื่อนผ่านวงแหวน |
| ปริมาณรังสี | มากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป แต่โดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ | โดยทั่วไปมากกว่า |
| รายละเอียดกระดูกและฟัน | ดีมากสำหรับฟัน ราก และกระดูกขากรรไกร | ดีสำหรับกระดูก และเห็นเนื้อเยื่ออ่อนได้ดีกว่ามาก |
| เนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ ต่อม | เห็นได้จำกัด | เห็นได้ละเอียด |
| ทำที่ไหน | คลินิกทันตกรรมและโรงพยาบาล | โรงพยาบาลและศูนย์ภาพถ่ายทางการแพทย์ |
CBCT ใช้ตรวจอะไรบ้าง
แนวทางทางทันตกรรมและรังสีวิทยาระบุว่า ควรใช้ CBCT เมื่อให้ข้อมูลที่เอกซเรย์ซึ่งใช้รังสีน้อยกว่าให้ไม่ได้ และข้อมูลนั้นมีผลต่อแผนการรักษา ต่อไปนี้คือสถานการณ์ที่ CBCT มักมีประโยชน์

| สถานการณ์ | ภาพ 3 มิติช่วยอะไร |
|---|---|
| รากฟันเทียม | วัดความสูงและความกว้างของกระดูก เห็นแนวเส้นประสาทและพื้นไซนัส ช่วยเลือกขนาดและตำแหน่งรากเทียม สมาคมทันตรังสีวิทยาแนะนำให้ใช้ภาพตัดขวางประเมินตำแหน่งรากเทียม โดย CBCT เป็นวิธีที่เลือกใช้ |
| ปลูกกระดูกและยกไซนัส | เห็นว่ากระดูกขาดไปเท่าไรและตรงไหน ทันตแพทย์จึงบอกได้ว่าต้องปลูกกระดูกหรือไม่ |
| ฟันคุดที่อยู่ใกล้เส้นประสาท | เห็นแนวเส้นประสาทเทียบกับรากฟันได้ชัด งานทบทวนวรรณกรรมพบว่า CBCT ทำนายการเห็นเส้นประสาทระหว่างผ่าตัดได้แม่นยำกว่าภาพพานอรามิก |
| รักษารากฟันที่ซับซ้อนและรักษาซ้ำ | ช่วยหาคลองรากที่เพิ่มหรือโค้ง รอยร้าว และขอบเขตการติดเชื้อรอบราก |
| ฟันฝังหรือฟันเกิน | บอกตำแหน่งฟันและระยะห่างจากรากฟันข้างเคียง |
| ขากรรไกร ไซนัส และข้อต่อขากรรไกร | เห็นส่วนกระดูกของข้อต่อขากรรไกร ถุงน้ำในขากรรไกร และพื้นไซนัส |
| อุบัติเหตุที่ฟันและขากรรไกร | ช่วยให้เห็นรากฟันหักและกระดูกรอบฟันที่ได้รับบาดเจ็บ |
สำหรับการตรวจฟันประจำ การอุดฟัน หรือรักษารากฟันส่วนใหญ่ที่ไม่ซับซ้อน CBCT มักไม่ได้เพิ่มข้อมูลมากนัก เอกซเรย์แบบแผ่นเหมาะกว่า CBCT ไม่ใช่การตรวจคัดกรองทั่วไป
รังสีจาก CBCT มากแค่ไหน ปลอดภัยไหม
ทุกคนได้รับรังสีจากธรรมชาติทุกวัน จากพื้นดิน วัสดุก่อสร้าง และจากอวกาศ ในสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยราว 3 มิลลิซีเวิร์ต (mSv) ต่อปี หรือไม่ถึง 0.01 mSv ต่อวัน การเทียบปริมาณรังสีจากการถ่ายภาพกับรังสีธรรมชาติรายวัน ช่วยให้นึกภาพได้ง่ายขึ้น
| การตรวจ | ปริมาณรังสีโดยประมาณ | เทียบกับรังสีธรรมชาติราว |
|---|---|---|
| เอกซเรย์ฟันฟิล์มเล็กในปาก | ราว 0.005 mSv | ราว 1 วัน |
| เอกซเรย์พานอรามิก | ราว 0.025 mSv | ราว 3 วัน |
| CBCT บริเวณเล็ก (ค่าเฉลี่ยผู้ใหญ่) | ราว 0.08 mSv | ราว 10 วัน |
| CBCT บริเวณใหญ่ (ค่าเฉลี่ยผู้ใหญ่) | ราว 0.21 mSv | ราว 3–4 สัปดาห์ |
| เอกซเรย์ปอด | ราว 0.1 mSv | ราว 10 วัน |
| CT ศีรษะทางการแพทย์ | ราว 1.6 mSv | ราว 7 เดือน |
ตัวเลข CBCT เป็นค่าเฉลี่ยจากการวิเคราะห์ผลการวัดที่ตีพิมพ์จำนวนมาก งานเดียวกันพบว่าค่าแตกต่างกันมากตามรุ่นเครื่องและการตั้งค่า ปริมาณรังสีที่คุณได้รับจริงจึงขึ้นกับเครื่อง ขนาดบริเวณที่ถ่าย และค่าที่ตั้ง ส่วนตัวเลขอื่นเป็นค่าทั่วไปของผู้ใหญ่ที่สมาคมรังสีวิทยาเผยแพร่ให้ประชาชน
ทันตแพทย์ลดปริมาณรังสีอย่างไร
- ถ่ายเมื่อมีเหตุผล: ถ่ายเฉพาะเมื่อภาพนั้นตอบคำถามที่มีผลต่อการรักษา
- เลือกภาพที่ใช้รังสีน้อยที่สุดแต่ยังได้คำตอบ และใช้ CBCT เฉพาะเมื่อภาพแบบแผ่นไม่พอ
- จำกัดบริเวณที่ถ่ายให้เล็กเท่าที่จำเป็น หลักนี้เรียกว่า ALARA คือให้ได้รับรังสีน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล
- ใช้ภาพที่ถ่ายไว้ไม่นานจากครั้งก่อนหรือจากคลินิกอื่น ถ้ายังตอบคำถามได้
- ตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดตัวผู้ถ่าย โดยเฉพาะเด็ก
เสื้อตะกั่วและปลอกคอกันรังสี
หลายคนคาดว่าจะต้องใส่เสื้อตะกั่ว คำแนะนำฉบับปรับปรุงของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันปี 2024 สรุปว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อตะกั่วและปลอกคอกันรังสีในการเอกซเรย์ฟันแล้ว ไม่ว่าผู้ถ่ายจะอายุเท่าไรหรือมีภาวะสุขภาพใด รวมถึงการตั้งครรภ์ เพราะเครื่องสมัยใหม่จำกัดลำรังสีให้แคบอยู่แล้ว และเสื้อตะกั่วอาจบังลำรังสีจนต้องถ่ายซ้ำ อย่างไรก็ตาม กฎของแต่ละประเทศและแต่ละสถานพยาบาลยังต่างกัน บางแห่งจึงยังใช้อยู่
ปริมาณรังสีจาก CBCT และเอกซเรย์ในปาก ที่คลินิก
คนไข้หลายคนกังวลเรื่องรังสีก่อนถ่ายเอกซเรย์ฟัน ซึ่งถามทันตแพทย์ได้เสมอ ที่คลินิก ปริมาณรังสีถูกทำให้ต่ำด้วย 3 อย่างร่วมกัน คือ เครื่อง CBCT ที่มีโหมด Ultra Low Dose ตัวรับภาพแบบดิจิทัลสำหรับเอกซเรย์ในปาก และการถ่ายเฉพาะเมื่อจำเป็น
เครื่อง CBCT Planmeca ProMax มีโหมด Ultra Low Dose
เครื่อง CBCT ของคลินิกคือ Planmeca ProMax ถ่ายได้ทั้งภาพ 3 มิติ (CBCT) และภาพพานอรามิกในเครื่องเดียว และมีโหมด Planmeca Ultra Low Dose (ULD) ผู้ผลิตอธิบายว่าโหมดนี้ลดรังสีด้วยการลดกระแสหลอดเอกซเรย์และย่นช่วงปล่อยรังสีของแต่ละภาพ ไม่ได้ลดจำนวนภาพที่เก็บ และ Planmeca รายงานว่าปริมาณรังสีลดลงเฉลี่ย 77% เมื่อเทียบกับโหมดมาตรฐาน โดยอ้างงานของ Ludlow และ Koivisto
งานวิจัยอิสระที่ตีพิมพ์ในวารสาร Dentomaxillofacial Radiology ปี 2023 วัดเครื่อง ProMax 3D Mid กับหุ่นจำลองศีรษะ บริเวณถ่ายเล็ก 4 × 5 ซม. พบปริมาณรังสีประสิทธิผล 2.8–5.8 ไมโครซีเวิร์ต (µSv หรือราว 0.003–0.006 mSv) ในโหมด Ultra Low Dose เทียบกับ 16.0–30.9 µSv (ราว 0.016–0.031 mSv) ในโหมดมาตรฐาน หรือต่ำกว่าราว 6 เท่า ผู้วิจัยสรุปว่าโหมดรังสีต่ำใช้เป็นงานประจำในการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ ตัวเลขนี้เป็นผลจากหุ่นจำลองในงานวิจัย ไม่ใช่ค่าที่วัดจากผู้ถ่ายแต่ละคนที่คลินิก
ทันตแพทย์เลือกโหมดและขนาดบริเวณที่ถ่ายตามงานของแต่ละคน โหมด Ultra Low Dose เหมาะกับการถ่ายเพื่อวางแผนและติดตามผลหลายแบบ แต่บางงาน เช่น การดูรายละเอียดเล็กมากรอบรากฟัน ต้องใช้ภาพที่คมชัดกว่าของโหมดมาตรฐาน ไม่ว่าแบบไหน จะถ่ายบริเวณเล็กเท่าที่คำถามต้องการ เช่น ถ้าต้องดูฟันซี่เดียว ก็ไม่ต้องถ่ายทั้งขากรรไกร
ปริมาณรังสีจริงของแต่ละครั้งขึ้นกับโหมด ขนาดบริเวณที่ถ่าย และขนาดตัวผู้ถ่าย จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ตัวเลขในตารางด้านบนเป็นค่าเฉลี่ยจากงานวิจัยที่รวมเครื่องหลายรุ่น มีไว้เทียบให้เห็นภาพ ถ้าอยากรู้ว่าจะถ่ายบริเวณกว้างแค่ไหน ถามทันตแพทย์ได้ก่อนถ่าย
เอกซเรย์ในปากแบบดิจิทัล: แผ่นรับภาพและเซนเซอร์
เอกซเรย์ฟิล์มเล็กในปาก เช่น บิทวิงและฟิล์มรอบปลายราก ที่คลินิกใช้ตัวรับภาพแบบดิจิทัลแทนฟิล์ม มี 2 แบบ คือ แผ่นรับภาพ (phosphor plate) ที่บางและงอได้คล้ายฟิล์ม และเซนเซอร์ที่ส่งภาพเข้าคอมพิวเตอร์โดยตรง แนวทางของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (2012) ระบุว่า การถ่ายภาพแบบดิจิทัลเปิดโอกาสให้ลดปริมาณรังสีลงได้อีกราว 40–60% เมื่อเทียบกับฟิล์ม
ภาพแสดงบนจอคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องล้างฟิล์มด้วยน้ำยา ทันตแพทย์ขยายภาพและอธิบายให้คุณดูไปพร้อมกันได้ ส่วนรังสีจะลดได้จริงแค่ไหน ขึ้นกับการตั้งค่าเครื่องให้เหมาะ และการถ่ายให้ได้ภาพที่ใช้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ทีมจึงจัดท่าและตำแหน่งตัวรับภาพให้พอดีก่อนถ่ายทุกครั้ง
ถ่ายเท่าที่จำเป็น
- ถ่ายเมื่อภาพนั้นช่วยตอบคำถามที่มีผลต่อการรักษา ไม่ได้ถ่ายเป็นประจำโดยไม่มีเหตุผล
- ถ้ามีภาพที่ถ่ายไว้ไม่นานจากที่อื่น ส่งมาหรือนำมาด้วย ทันตแพทย์ดูก่อนว่าใช้ได้ไหม
- ถ้าตั้งครรภ์ แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้
- ถามได้ทุกเรื่องก่อนถ่าย เช่น ถ่ายเพื่ออะไร และถ่ายบริเวณกว้างแค่ไหน
โดยสรุป: เอกซเรย์ฟันใช้ปริมาณรังสีต่ำ และที่คลินิกใช้ 3 อย่างร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องใช้ด้วยรังสีน้อยเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล คือ เครื่อง CBCT ที่มีโหมด Ultra Low Dose ซึ่งทันตแพทย์เลือกใช้เมื่อเหมาะกับงาน ตัวรับภาพดิจิทัล และการถ่ายเท่าที่จำเป็น
คนท้องและเด็ก เอกซเรย์ฟันได้ไหม
ถ้าตั้งครรภ์
สมาคมทันตแพทย์อเมริกันอ้างวิทยาลัยสูติแพทย์และนรีแพทย์อเมริกันว่า การเอกซเรย์ฟันปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ ปริมาณรังสีต่ำมากและลำรังสีเล็งไปที่ปาก ห่างจากหน้าท้อง แต่ทันตแพทย์หลายคนยังเลื่อนเอกซเรย์ที่ยังไม่จำเป็นออกไปก่อน และโรงพยาบาลจะพิจารณาเป็นพิเศษก่อนถ่าย CBCT ในคนตั้งครรภ์
ที่คลินิกของเรา: แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้
ถ้าถ่ายให้เด็ก
เด็กไวต่อรังสีมากกว่าผู้ใหญ่ และมีช่วงชีวิตข้างหน้าที่ยาวกว่า แนวทางจึงให้ใช้ CBCT ในเด็กเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง และปรับค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดตัว แต่เด็กและวัยรุ่นอาจต้องเอกซเรย์ฟันทั่วไปบ่อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะฟันและขากรรไกรยังเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองถามได้ว่าทำไมต้องถ่าย ภาพที่ใช้รังสีน้อยกว่าตอบคำถามได้ไหม และควรจดประวัติการถ่ายภาพของลูกไว้
การถ่าย CBCT ต้องนิ่ง เด็กเล็กที่ยังนิ่งไม่ได้แม้ช่วงสั้น ๆ อาจยังไม่เหมาะกับการถ่ายแบบนี้
ถ่าย CBCT ทำอย่างไร ทีละขั้น

ไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร และกินยาประจำได้ตามปกติ
- ก่อนถ่าย แจ้งเจ้าหน้าที่ถ้าตั้งครรภ์หรืออาจตั้งครรภ์ และบอกถ้าเพิ่งถ่ายภาพฟันมาไม่นาน
- ถอดโลหะบริเวณศีรษะและลำคอ เช่น ต่างหู สร้อยคอ กิ๊บติดผม แว่นตา และเครื่องช่วยฟัง ฟันปลอมและรีเทนเนอร์แบบถอดได้มักต้องถอดด้วย จึงควรนำกล่องใส่มา
- นั่งหรือยืนในเครื่อง เจ้าหน้าที่จัดท่าศีรษะด้วยที่วางคาง บางครั้งมีที่ยึดศีรษะแบบนุ่ม และอาจให้กัดแท่งนำตำแหน่งเบา ๆ
- นิ่งที่สุดและหายใจตามปกติ ขณะที่แขนเครื่องหมุนรอบศีรษะหนึ่งรอบ ระหว่างถ่ายไม่มีอะไรสัมผัสภายในช่องปาก
- ช่วงฉายรังสีใช้เวลาสั้น ข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่เผยแพร่ระบุว่า บริเวณเล็กไม่ถึง 10 วินาที ถ่ายเต็มบริเวณราว 20–40 วินาที และบางเครื่องราว 90 วินาทีหลังจัดท่าเสร็จ
- หลังถ่าย คอมพิวเตอร์ประกอบภาพ 3 มิติ ซึ่งใช้เวลาอีกสักครู่ จากนั้นกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติทันที
- ทันตแพทย์ดูภาพ อธิบายสิ่งที่เห็น และนำไปใช้วางแผนการรักษา
ถ้ารู้สึกกังวลกับเครื่องที่เคลื่อนรอบตัว บอกเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จะอธิบายทุกขั้นก่อนเริ่ม และให้ลองนิ่งก่อนเริ่มฉายรังสีได้
CBCT เห็นอะไร และมีข้อจำกัดอะไร
CBCT เห็นเนื้อเยื่อแข็งได้ดีมาก คือ ฟัน ราก และกระดูก แต่เห็นเนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ ต่อม และตัวเหงือกได้ไม่ดี ซึ่ง CT ทางการแพทย์หรือ MRI เห็นได้ดีกว่ามาก จึงใช้ตอบคำถามเรื่องฟันและกระดูก ไม่ใช่ตรวจทุกส่วนของศีรษะ
- โลหะ เช่น ครอบฟัน เดือยฟัน รากเทียม และวัสดุอุดบางชนิด ทำให้เกิดเส้นสว่างและเงารบกวนภาพ ซึ่งอาจบังรายละเอียดที่อยู่ข้าง ๆ
- การขยับระหว่างถ่ายทำให้ภาพเบลอ จึงต้องนิ่ง
- ฟันผุเล็ก ๆ ตามซอกฟัน มักเห็นได้ดีพอ ๆ กันหรือดีกว่าในภาพบิทวิง
- ภาพแสดงสภาพ ณ ตอนถ่ายเท่านั้น ทันตแพทย์ยังต้องตรวจในปาก เพราะบางอย่างต้องตรวจด้วยตัวเอง
ภาพ CBCT บริเวณใหญ่จะเห็นส่วนอื่นนอกจากฟันด้วย เช่น ไซนัสและทางเดินหายใจ ผู้อ่านภาพจึงควรดูทุกส่วนในภาพ ไม่ใช่แค่ฟันที่สนใจ
ความเชื่อ กับ ความจริง เรื่องเอกซเรย์ฟัน
| ความเชื่อ | ความจริง |
|---|---|
| CBCT ทางทันตกรรมก็คือ CT ในโรงพยาบาล | ทั้งคู่ให้ภาพ 3 มิติ แต่ CBCT ออกแบบมาสำหรับฟันและขากรรไกร ถ่ายในท่านั่งหรือยืน และโดยทั่วไปใช้รังสีน้อยกว่า |
| ภาพ 3 มิติดีกว่าเสมอ ทุกคนควรถ่าย | ดีกว่าเฉพาะเมื่อคำถามต้องการความลึก สำหรับตรวจฟันและอุดฟันส่วนใหญ่ ภาพแบบแผ่นตอบได้โดยใช้รังสีน้อยกว่า |
| คนท้องห้ามเอกซเรย์ฟันเด็ดขาด | สมาคมสูติแพทย์และทันตแพทย์ถือว่าการเอกซเรย์ฟันปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ แจ้งทันตแพทย์ ทันตแพทย์จะพิจารณาว่าอะไรจำเป็นตอนนี้และอะไรรอได้ |
| ไม่ใส่เสื้อตะกั่วแปลว่าไม่ปลอดภัย | แนวทางปัจจุบันของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันระบุว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อตะกั่วและปลอกคอแล้ว เพราะเครื่องสมัยใหม่จำกัดลำรังสี แต่กฎในบางพื้นที่อาจยังกำหนดให้ใช้ |
| CBCT เห็นทุกอย่าง รวมถึงโรคเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อน | เห็นกระดูกที่ละลายจากโรคเหงือก แต่ไม่เห็นตัวเหงือกโดยละเอียด สุขภาพเหงือกตรวจด้วยการวัดร่องเหงือก |
| ถ่ายจากคลินิกอื่นมาแล้ว ต้องถ่ายใหม่ทุกครั้ง | ไม่เสมอไป ภาพที่ถ่ายไม่นานในบริเวณที่ต้องการมักใช้ได้ และแนวทางสนับสนุนให้ใช้ภาพเดิม ทันตแพทย์ตัดสินหลังดูภาพ |
คำถามที่ควรถามก่อนถ่าย
หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางรังสีสนับสนุนให้ผู้ป่วยและผู้ปกครองถามคำถามง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ ทีมทันตแพทย์ยินดีตอบเสมอ
- ภาพนี้จะตอบคำถามอะไร และคำตอบนั้นเปลี่ยนแผนการรักษาอย่างไร
- เอกซเรย์ที่ใช้รังสีน้อยกว่าให้ข้อมูลเท่ากันไหม
- จะถ่ายบริเวณกว้างแค่ไหน
- ใช้ภาพเดิมหรือภาพจากคลินิกอื่นแทนได้ไหม
- ถ้าเป็นเด็ก ปรับค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดตัวเด็กไหม
- ขอสำเนาภาพไว้เองหรือให้ทันตแพทย์ท่านอื่นได้ไหม
ถ่าย CBCT ที่คลินิก ทำอะไรบ้าง
เครื่อง CBCT เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการรักษาที่กิจจาคลินิกทันตกรรม ทันตแพทย์จะแนะนำให้ถ่ายเฉพาะเมื่อแผนการรักษาต้องใช้
- รากฟันเทียมวางแผนด้วย CBCT 3 มิติ ทันตแพทย์ดูกระดูก แนะนำระบบรากเทียม และแจ้งระยะเวลาการรักษาหลังถ่าย และมีการผ่าตัดโดยใช้แนวนำที่ทำจากภาพสแกนเมื่อทันตแพทย์แนะนำ
- การตัดสินว่าต้องปลูกกระดูกหรือยกไซนัสไหม และใส่รากเทียมทันทีหลังถอนฟันได้ไหม ใช้ข้อมูลจาก CBCT
- ฟันคุดประเมินด้วยภาพพานอรามิก และถ่าย CBCT เพิ่มเมื่อรากอยู่ใกล้เส้นประสาท
- ก่อนศัลยกรรมช่องปาก ใช้เอกซเรย์หรือ CBCT ดูราก เส้นประสาท และไซนัส
- ในการรักษารากฟัน ใช้ CBCT ของฟัน 1–2 ซี่เมื่อจำเป็น เช่น คลองรากโค้งหรือมีคลองเพิ่ม สงสัยร้าว หรือรักษาซ้ำ และถ่าย CBCT ก่อนผ่าตัดปลายรากฟันทุกครั้ง
- สำหรับผู้สูงอายุ ถ่าย CBCT เฉพาะเมื่อการวางแผนต้องใช้
ขอถ่าย CBCT อย่างเดียว
ขอถ่าย CBCT อย่างเดียวที่คลินิกได้ ขอเองได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว ถ้าทันตแพทย์ท่านอื่นส่งตัวมา คลินิกส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ที่ส่งตัวมา นำใบส่งตัวหรือช่องทางติดต่อทันตแพทย์ของคุณมาด้วยถ้ามี
มีภาพเอกซเรย์อยู่แล้ว
ส่งภาพเอกซเรย์หรือ CBCT ที่ถ่ายไว้ไม่นานมาได้ ถ้าอยู่ต่างประเทศ ส่งภาพเอกซเรย์ ภาพสแกน หรือรูปถ่ายทางอีเมล WhatsApp LINE หรือ Messenger ก่อนเดินทางได้ ทันตแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องจะดูและให้ความเห็นเบื้องต้น แผนการรักษาสุดท้ายต้องตรวจในปากจริงเสมอ และทันตแพทย์ถ่ายภาพใหม่เฉพาะเมื่อจำเป็น
ค่าเอกซเรย์และ CBCT อยู่ในหน้าราคา ค่าเอกซเรย์คิดแยกเฉพาะเมื่อจำเป็น และทันตแพทย์แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มเสมอ
ถ้าคุณเป็นแบบนี้
ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ตัวอย่าง ไม่ใช่เรื่องของคนไข้จริง เพื่อช่วยให้คุณหาขั้นต่อไปที่เหมาะกับตัวเอง
- วางแผนรากฟันเทียมและกังวลเรื่องการถ่าย: ถามทันตแพทย์ว่าภาพจะใช้วัดอะไร สำหรับรากเทียม กระดูกและระยะห่างจากเส้นประสาทหรือไซนัสเป็นตัวกำหนดแผน และจะถ่ายเฉพาะบริเวณที่จำเป็น
- ภาพพานอรามิกเห็นฟันคุดล่างอยู่ใกล้เส้นประสาท: ทันตแพทย์อาจแนะนำ CBCT เพื่อดูแนวเส้นประสาทให้ชัดก่อนวางแผนผ่าตัด
- แค่อุดฟัน: ฟิล์มเล็กมักเพียงพอ ภาพ 3 มิติมักไม่ได้เพิ่มข้อมูล
- ทันตแพทย์ที่อื่นให้มาถ่าย CBCT: ขอถ่ายอย่างเดียวได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว และคลินิกส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ท่านนั้นได้
- อยู่ต่างประเทศและเพิ่งถ่ายภาพมาเมื่อเดือนก่อน: ส่งมาก่อนเดินทาง ทันตแพทย์จะดูภาพ และถ่ายใหม่เฉพาะเมื่อจำเป็น
- ตั้งครรภ์และปวดฟัน: แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้ รวมถึงเอกซเรย์ที่จำเป็นตอนนี้
- ลูกต้องถ่ายภาพเพราะฟันฝัง: ถามเหตุผลที่ต้องถ่าย และเครื่องตั้งค่าเหมาะกับเด็กไหม แล้วจดประวัติการถ่ายภาพของลูกไว้
- มีครอบฟันหรือรากเทียมหลายซี่: แจ้งทันตแพทย์ เพราะโลหะทำให้เกิดเส้นรบกวนในภาพ ทันตแพทย์จะเลือกมุมภาพที่ตอบคำถามได้ชัดที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเอกซเรย์ฟัน 3 มิติ
เอกซเรย์ฟัน 3 มิติ ปลอดภัยไหม
ถ้าจำเป็นต้องถ่าย ถือว่าปลอดภัย ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป และโดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ หน่วยงานด้านทันตกรรมและความปลอดภัยทางรังสีเห็นตรงกันว่า การถ่ายที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ให้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงเล็กน้อย จึงถ่ายเฉพาะเมื่อภาพนั้นช่วยตอบคำถามที่มีผลต่อการรักษา
CBCT รังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไปแค่ไหน
เอกซเรย์ฟิล์มเล็กราว 0.005 mSv ใกล้เคียงรังสีธรรมชาติราว 1 วัน ภาพพานอรามิกราว 0.025 mSv ค่าเฉลี่ยที่ตีพิมพ์ของ CBCT ผู้ใหญ่ราว 0.08 mSv สำหรับบริเวณเล็ก และราว 0.21 mSv สำหรับบริเวณใหญ่ หรือเทียบได้กับรังสีธรรมชาติราว 10 วันถึงไม่กี่สัปดาห์ แต่ค่าจริงต่างกันมากตามเครื่องและการตั้งค่า
คลินิกใช้เครื่องเอกซเรย์อะไร มีโหมดลดรังสีไหม
คลินิกใช้เครื่อง CBCT Planmeca ProMax ซึ่งถ่ายได้ทั้งภาพ 3 มิติและภาพพานอรามิก และมีโหมด Planmeca Ultra Low Dose ทันตแพทย์เลือกโหมดตามงานของแต่ละคน เพราะบางงานต้องใช้ภาพที่คมชัดกว่าของโหมดมาตรฐาน ส่วนเอกซเรย์ในปากเป็นระบบดิจิทัล ใช้แผ่นรับภาพและเซนเซอร์
เอกซเรย์ดิจิทัลใช้รังสีน้อยกว่าฟิล์มไหม
โดยทั่วไปใช้น้อยกว่า แนวทางของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันร่วมกับ FDA สหรัฐฯ ระบุว่าการถ่ายภาพแบบดิจิทัลเปิดโอกาสให้ลดปริมาณรังสีลงได้อีกราว 40–60% เมื่อเทียบกับฟิล์ม ผลจริงขึ้นกับการตั้งค่าเครื่องและการถ่ายให้ได้ภาพที่ใช้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ที่คลินิกเอกซเรย์ในปากใช้แผ่นรับภาพและเซนเซอร์ดิจิทัล
คนท้องเอกซเรย์ฟันได้ไหม
การเอกซเรย์ฟันถือว่าปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์ และลำรังสีเล็งไปที่ปาก แต่ทันตแพทย์หลายคนยังเลื่อนภาพที่รอได้ออกไปก่อน และการถ่าย CBCT ในคนตั้งครรภ์จะพิจารณาเป็นพิเศษ แจ้งทันตแพทย์ว่าตั้งครรภ์ ทันตแพทย์วางแผนให้
ถ่าย CBCT ใช้เวลานานไหม
ช่วงฉายรังสีใช้เวลาสั้น ตั้งแต่ไม่ถึง 10 วินาทีสำหรับบริเวณเล็ก ไปจนถึงราวไม่เกินหนึ่งนาทีสำหรับถ่ายเต็มบริเวณในเครื่องส่วนใหญ่ การจัดท่าก่อนถ่ายและการประกอบภาพ 3 มิติหลังถ่ายใช้เวลาเพิ่มอีกไม่กี่นาที จึงเป็นการนัดที่ไม่นาน
CBCT เห็นฟันผุได้ไหม
เห็นฟันผุขนาดใหญ่ได้ แต่ฟันผุเล็ก ๆ ตามซอกฟันมักตรวจด้วยภาพบิทวิง ซึ่งใช้รังสีน้อยกว่าและไม่ถูกรบกวนจากเส้นเงาของวัสดุอุดโลหะข้างเคียง จึงไม่ถ่าย CBCT เพื่อหาฟันผุอย่างเดียว
ทำรากฟันเทียมต้องถ่าย CBCT ไหม
สมาคมทันตรังสีวิทยาแนะนำให้ใช้ภาพตัดขวางประเมินทุกตำแหน่งที่จะใส่รากเทียม โดย CBCT เป็นวิธีที่เลือกใช้ เพราะวัดกระดูกได้และเห็นเส้นประสาทกับไซนัส ที่คลินิกของเรา รากฟันเทียมวางแผนด้วย CBCT 3 มิติ
ขอถ่าย CBCT เองได้ไหม ไม่มีใบส่งตัว
ได้ ที่คลินิกของเราขอถ่าย CBCT อย่างเดียวได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว ถ้าทันตแพทย์ท่านอื่นส่งตัวมา คลินิกส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ท่านนั้น
ทำไมไม่ต้องใส่เสื้อตะกั่วแล้ว
คำแนะนำฉบับปรับปรุงของสมาคมทันตแพทย์อเมริกันพบว่า เสื้อตะกั่วและปลอกคอไม่ได้ช่วยป้องกันเพิ่มอย่างมีความหมายเมื่อใช้เครื่องเอกซเรย์ฟันสมัยใหม่ที่จำกัดลำรังสีแคบอยู่แล้ว และอาจบังภาพจนต้องถ่ายซ้ำ บางประเทศและบางสถานพยาบาลยังใช้อยู่ตามกฎของพื้นที่
สรุป
CBCT คือเอกซเรย์ฟันและขากรรไกรแบบ 3 มิติ ใช้เมื่อการตัดสินใจรักษาต้องเห็นกระดูก ราก เส้นประสาท หรือไซนัสแบบมีความลึก
- เอกซเรย์แบบแผ่นพอสำหรับตรวจฟัน อุดฟัน และรักษารากฟันส่วนใหญ่ CBCT ช่วยเรื่องรากเทียม ฟันคุดใกล้เส้นประสาท รากฟันซับซ้อน และการผ่าตัด
- ปริมาณรังสีมากกว่าเอกซเรย์ฟันทั่วไป และโดยทั่วไปน้อยกว่า CT ทางการแพทย์ ขึ้นกับเครื่องและขนาดบริเวณที่ถ่าย
- แจ้งทันตแพทย์ถ้าตั้งครรภ์ ถ้าถ่ายให้เด็ก และถ้ามีภาพที่ถ่ายไว้ไม่นาน
- การถ่ายใช้เวลาไม่นาน ไม่มีอะไรเข้าไปในปาก สิ่งสำคัญคือต้องนิ่ง
- ที่คลินิกขอถ่าย CBCT อย่างเดียวได้โดยไม่ต้องมีใบส่งตัว และส่งไฟล์ให้ทันตแพทย์ที่ส่งตัวมาได้
แหล่งอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA): Dental Cone-beam Computed Tomography
สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA): คำแนะนำฉบับปรับปรุงด้านความปลอดภัยของการถ่ายภาพรังสีทางทันตกรรม 2024
สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): X-rays
สมาคมทันตแพทย์อเมริกัน (ADA, MouthHealthy): การทำฟันระหว่างตั้งครรภ์
RadiologyInfo (RSNA และ ACR): Dental Cone Beam CT
RadiologyInfo (RSNA และ ACR): ปริมาณรังสีจากการเอกซเรย์และ CT
Cleveland Clinic: Dental X-rays
โรงพยาบาล Queen Victoria (NHS สหราชอาณาจักร): ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย Cone Beam CT
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ: เครื่องกำเนิดรังสีในงานทันตกรรม
Schulze R และคณะ. สิ่งรบกวนภาพใน CBCT: บทความทบทวน. Dentomaxillofac Radiol, 2011