นาพรอกเซน 250 มิลลิกรัม (ชนิดเม็ด)
นาพรอกเซน คือยากลุ่มเอ็นเสด (Non-Steroidal Anti-Inflammatory: NSAIDs) อยู่ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ มีกลไกการออกฤทธิ์ในการลดฮอร์โมนที่เป็นสาเหตุของการอักเสบและอาการเจ็บปวดในร่างกาย โดยยานาพรอกเซนจะนำมาใช้ในการรักษาอาการเจ็บปวด บวม และอักเสบที่มาจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ข้ออักเสบ เอ็นอักเสบ โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดประจำเดือน ยานาพรอกเซนจัดเป็นยาอันตราย มีข้อห้ามใช้และผลข้างเคียงมาก ดังนั้นการใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกร
1. ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ควรระวังในการใช้ยานาพรอกเซน ดังต่อไปนี้
- ห้ามใช้ยาถ้าเคยแพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบในยากลุ่มนี้
- ห้ามใช้เมื่อมีอาการหอบหืดลมพิษ หรือโพรงจมูกอักเสบแบบเฉียบพลันจากการแพ้ยากลุ่มแอสไพรินหรือกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
- ห้ามใช้เมื่อมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้มีแผลทะลุ ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไตอย่างรุนแรง ผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวชนิดรุนแรง
- เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
- ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อแผลเลือดออกในทางเดินอาหาร เช่นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคทางเดินอาหาร
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยานี้
- หญิงมีครรภ์ควรระมัดระวังในการใช้ยานี้ในการตั้งครรภ์เดือนที่ 1 – 6
- สตรีให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้
- ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาบางชนิด เพราะอาจมีผลต่อการรักษาหรือเกิดอันตรายได้ เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ชนิดอื่น ยาต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาขับปัสสาวะ ดิจอกซิน ลิเทียม เมโทเทรกเซต และยาต้านเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ (SSRIs)
2. วิธีใช้ยา :
- ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น เพราะขนาดและระยะเวลาในการใช้ยานี้ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค
- สำหรับรักษาโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ โรคข้อเสื่อมกระดูกสันหลังอักเสบข้อยึดติด รับประทานครั้งละ 1 – 2 เม็ด (250 – 500 มิลลิกรัม) วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า เย็น
- สำหรับรักษาโรคเกาต์เฉียบพลันในเด็ก (อายุ 2 ปีขึ้นไป) และวัยรุ่น (อายุ 12 - 18 ปี) รับประทานครั้งละ 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร
- สำหรับบรรเทาอาการปวดในกล้ามเนื้ออ กระดูกอ และข้อต่ออ อาการปวดประจำเดือนอ เริ่มต้นทาน 2 เม็ด (500 มิลลิกรัม) ตามด้วย 1 เม็ด (250 มิลลิกรัม) ทุก 6 – 8 ชั่วโมง จนอาการทุเลา
- สำหรับบรรเทาโรคเก๊าเฉียบพลัน เริ่มต้น 3 เม็ด (750 มิลลิกรัม) ตามด้วย 1 เม็ด (250 มิลลิกรัม) ทุก 8 ชั่วโมงจนอาการทุเลา
- ทานยาพร้อมอาหาร นม หรือดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อลดอาการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร
หมายเหตุ: หากรับประทานยาเกินขนาด ให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติรุนแรง เช่น เวียนศีรษะ ง่วงซึม เป็นลม ไม่สบายท้อง งุนงงสับสน คลื่นไส้ อาเจียน หรือความดันโลหิตสูง ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
3.ข้อควรปฏิบัติขณะใช้ยา :
- แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์หากกำลังใช้นี้หากต้องผ่าตัดหรือทำฟัน
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- ไม่ควรใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
- ระมัดระวังการขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล หรือทำงานที่เสี่ยงต่อการพลัดตกจากที่สูง ในผู้ป่วยที่เคยมีอาการซึม อาการง่วง เวียนศีรษะเมื่อใช้ยานี้
4.อันตรายที่อาจเกิดจากยา :
- ผลข้างเคียงทั่วไป ท้องเสีย ท้องผูก แสบร้อนยอดอก ปวดศีรษะ ง่วงซึม และคลื่นไส้
- ผลข้างเคียงรุนแรง บวมที่ใบหน้า, เปลือกตา, ริมฝีปาก ,ลมพิษ, หน้ามืด ,เป็นลม, แน่นหน้าอก ,หายใจลำบาก, มีผื่นแดง ,ตุ่มพอง, ผิวหนังหลุดลอก, มีจ้ำตามผิวหนังหรือเลือดออกผิดปกติ ,ถ่ายดำคล้ายน้ำมันดิน, ถ่ายเป็นเลือด, อาเจียนเป็นเลือด ,หรือสีกาแฟ, ตัวเหลือง ,ตาเหลือง, ปัสสาวะเหลืองเข้มผิดปกติ ,อ่อนแรงหรือเหนื่อยผิดปกติ ,คลื่นไส้, อาเจียน ,ปวดท้องมาก, แขน ขา มือ ข้อเท้า เท้า มีอาการบวม , มีมีปัญหาในการมองเห็น ,เวียนหัวมาก ซึมเศร้า, มีเสียงในหู
5. ควรเก็บยาอย่างไร:
- เก็บไว้ในภาชนะบรรจุเดิมตามที่ได้รับ แกะยาออกจากแผงเมื่อจะกินในแต่ละครั้งเท่านั้น
- เก็บยาที่อุณหภูมิห้อง อย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง โดยทั่วไปควรเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ไม่เก็บยาในที่ร้อนหรือชื้น เช่น ในรถ ห้องน้ำ ห้องครัว
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยย่อทั่วไป โปรดอ่านเอกสารกำกับยาอย่างละเอียดก่อนใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชหากมีข้อสงสัย
นาพรอกเซนในงานทันตกรรม
ทำไมทันตแพทย์จึงสั่งจ่ายยานี้
นาพรอกเซนเป็นยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)
ยานี้ออกฤทธิ์ลดการอักเสบและอาการบวมที่เกิดขึ้นตามหลังการทำฟัน และเมื่อการอักเสบลดลง อาการปวดจึงทุเลาตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จึงควรรับประทานตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด มิใช่รับประทานเฉพาะเมื่อมีอาการปวด เนื่องจากการอักเสบยังคงดำเนินอยู่แม้ในช่วงที่ยังไม่รู้สึกปวด การควบคุมการอักเสบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้รับประทานอาหาร พักผ่อน และฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงแรกหลังการรักษา
ยาช่วยจัดการกับอาการที่ผู้ป่วยรู้สึก แต่ไม่ได้ขจัดต้นเหตุของปัญหา ฟันซี่ที่ต้องได้รับการรักษา ก็ยังคงต้องได้รับการรักษาอยู่ดี
ใช้กับหัตถการใดบ้าง
- การถอนฟัน / ฟันคุด — การถอนฟัน, ฟันคุด, การดูแลหลังผ่าตัด
- รักษารากฟัน — รักษารากฟัน, การดูแลหลังผ่าตัด
- ผ่าตัดเหงือก — ทันตกรรมโรคเหงือกปริทันต์, การดูแลหลังผ่าตัด
- รากฟันเทียม — รากฟันเทียม, การดูแลหลังผ่าตัด
หากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือแย่ลง กรุณาติดต่อคลินิก