พาราเซตามอล 500 มิลลิกรัม (ชนิดเม็ด)
พาราเซตามอล ยานี้คือยาอะไร: พาราเซตามอลเป็นยาในกลุ่มลดไข้บรรเทาอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยจากไข้หวัด ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และข้อเข่าเสื่อม
1. ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ควรระวังในการใช้ยา พาราเซตามอล: ใช้พาราเซตามอลด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้
- ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาพาราเซตามอล
- ห้ามใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาดที่แนะนำในฉลาก เอกสารกำกับยา และควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น หากใช้ยาเกินขนาดที่แนะนำ อาจเกิดพิษร้ายแรงและตับวายจนทำให้เสียชีวิตได้
- หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ร่วมกับยาอื่นที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ เพราะอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาด
- ถ้ามีไข้สูง (อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 39.5 องศาเซลเซียส) ให้รีบไปพบแพทย์
- หากท่านมีโรคประจำตัวเป็นโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ เพราะอาจเกิดอันตรายจากยานี้ได้ง่ายขึ้น
- กินยาพาราเซตามอลก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
- เป็นยารักษาตามอาการ หากไม่มีอาการปวดหรือไข้ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา
- การทานยาพาราเซตามอลติดต่อกันนานเกินไป ขนาดยามากเกินไป หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย อาจส่งผลให้ตับทำงานบกพร่อง และอาจเกิดภาวะตับอักเสบหรือตับวายได้
2. วิธีใช้ยา :
- รับประทานยานี้ตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น ขนาดยา จำนวนครั้งต่อวัน และจำนวนวันที่ต้องรับประทาน ระบุไว้บนฉลากยาของท่าน ห้ามรับประทานเกินขนาดที่สั่ง
- ในเด็ก ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย หรือผู้ที่มีโรคตับ อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา ดังนั้นขอให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับประทานยา เพื่อให้ได้รับยาในขนาดที่ถูกต้องและปลอดภัย
- รับประทานได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยเว้นระยะห่างจากมื้อต่อไปอย่างน้อย 4 – 6 ชั่วโมง ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า หากใกล้เวลาของมื้อถัดไป
3.ข้อควรปฏิบัติขณะใช้ยา :
- ผู้ใหญ่: ห้ามรับประทานเกิน 8 เม็ด (4,000 มก.) ใน 24 ชั่วโมง โดยนับรวมยาทุกชนิดที่มีพาราเซตามอล และไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 5 วัน เว้นแต่ทันตแพทย์หรือแพทย์สั่ง
- ห้ามใช้ยาพาราเซตามอลร่วมกับแอลกอฮอล์
4.อันตรายที่อาจเกิดจากยา : ในขนาดปกติพบผลข้างเคียงได้น้อย
- หากรับประทานแล้วเกิดอาการ บวมที่ใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลมพิษ หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ผื่นแดง ตุ่มพอง หรือผิวหนังหลุดลอก อาจเป็นอาการแพ้ยา ให้หยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที
- หากจำเป็นต้องกินยาต่อเนื่องแล้วเกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้มขึ้น ซึ่งเป็นอาการแสดงเมื่อได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาด แนะนำให้หยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที
5. ควรเก็บยาอย่างไร:
- ควรเก็บยาไว้ในภาชนะเดิม แผงเดิม ที่ปิดสนิท
- เก็บยาให้พ้นความชื้น แสงแดด และความร้อน (ควรเก็บในที่มีอุณหภูมิห้องไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) เพราะหากอุณหภูมิสูงจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ
- ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยย่อทั่วไป โปรดอ่านเอกสารกำกับยาอย่างละเอียดก่อนใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชหากมีข้อสงสัย
พาราเซตามอลในงานทันตกรรม
ทำไมทันตแพทย์จึงสั่งจ่ายยานี้
พาราเซตามอลเป็นยาบรรเทาอาการปวด
ยานี้บรรเทาอาการปวด แต่มิได้ลดการอักเสบหรืออาการบวม ซึ่งเป็นฤทธิ์ของยาแก้ปวดอีกกลุ่มหนึ่ง การรับประทานตามเวลาที่ได้รับแจ้ง ดีกว่าการรอจนมีอาการปวดรุนแรง จะช่วยให้อาการไม่สุขสบายคงที่มากขึ้นในช่วงแรกหลังการรักษา
ยาช่วยจัดการกับอาการที่ผู้ป่วยรู้สึก แต่ไม่ได้ขจัดต้นเหตุของปัญหา ฟันซี่ที่ต้องได้รับการรักษา ก็ยังคงต้องได้รับการรักษาอยู่ดี
ใช้กับหัตถการใดบ้าง
- การถอนฟัน / ฟันคุด — การถอนฟัน, ฟันคุด, การดูแลหลังผ่าตัด
- การรักษารากฟัน — การรักษารากฟัน, การดูแลหลังผ่าตัด
- ผ่าตัดเหงือก — ทันตกรรมโรคเหงือกปริทันต์, การดูแลหลังผ่าตัด
- รากฟันเทียม — รากฟันเทียม, การดูแลหลังผ่าตัด
หากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือแย่ลง กรุณาติดต่อคลินิก