ยาไอบูโพรเฟน 400 มิลลิกรัม (ชนิดเม็ด)
ยาไอบูโพรเฟน เป็นยาแก้ปวดต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ใช้บรรเทาอาการปวด ลดไข้ และแก้อักเสบ นิยมใช้บรรเทาอาการปวดระดับน้อยถึงปานกลาง รวมถึงอาการปวดจากการอักเสบ ปวดประจำเดือน และปวดศีรษะ ทางการแพทย์ยังนำไปรักษาอาการปวดจากโรคข้อบางชนิดและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน
1. ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ควรระวังในการใช้ยา ยาไอบูโพรเฟน: ห้ามใช้ไอบูโพรเฟนหากท่าน
- แพ้ยาไอบูโพรเฟน แอสไพริน หรือยากลุ่ม NSAIDs อื่น หรือเคยมีอาการหอบหืด ลมพิษ หรือบวม หลังรับประทานยาเหล่านี้
- มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้อยู่ในขณะนี้
- มีภาวะหัวใจล้มเหลวรุนแรง หรือโรคไตหรือโรคตับรุนแรง
- ตั้งครรภ์อยู่ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย
ควรใช้ยาไอบูโพรเฟนด้วยความระมัดระวังในผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้:
- ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร
- มีประวัติหอบหืด
- โรคหัวใจ
- ความดันโลหิตสูง
- การตั้งครรภ์ (ยากลุ่ม NSAIDs ควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป เว้นแต่แพทย์แนะนำ) หรือการให้นมบุตร
2.วิธีใช้ยา ยาไอบูโพรเฟนควรรับประทานพร้อมหรือหลังอาหารทันทีเพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร ยาไอบูโพรเฟนเป็นยาอันตรายและมีผลข้างเคียงพอสมควร จึงไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรใช้ในขนาดที่น้อยที่สุดที่ได้ผล ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด และไม่ควรใช้เกิน 10 วัน ขนาดของยาที่รับประทาน ในผู้ใหญ่และเด็กมีขนาดที่ต่างกัน ควรได้รับคำแนะนำการใช้ยาจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
2.1 หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร: ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้เวลารับประทานยามื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืม และห้ามเพิ่มปริมาณยาเป็นสองเท่า
- รับประทานยานี้ตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น ขนาดยา จำนวนครั้งต่อวัน และจำนวนวันที่ต้องรับประทาน ระบุไว้บนฉลากยาของท่าน ห้ามรับประทานเกินขนาดที่สั่ง
3.ข้อควรปฏิบัติขณะใช้ยา :
- ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
- ควรรับประทานยาพร้อมอาหาร หรือหลังอาหารทันที เพราะยาอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อทางเดินอาหาร
- ระวังการใช้ยาในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือมีการทำงานของตับ ไต บกพร่อง และโรคหืด
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยากลุ่ม NSAID ชนิดอื่น
- ควรใช้ยาในขนาดต่ำที่สุดและระยะสั้นที่สุด
4.อันตรายที่อาจเกิดจากยา : ผลข้างเคียงทั่วไป
- อาจทำให้เกิดอาการเลือดออก
- อาการวิงเวียนศีรษะ
- อาการปวดหัว
- นอนไม่หลับ
- ปวดท้อง
- แสบร้อนกลางอก
- คลื่นไส้
- เบื่ออาหาร
- อาการท้องผูก
- อาการท้องเสีย
- กลืนลำบาก
- อาเจียน
- อาการบวมน้ำ
- มีอาการผื่นแดง
- หากอาการไม่ดีขึ้น หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบปรึกษาแพทย์
5. ควรเก็บยาอย่างไร:
- เก็บไว้ในภาชนะบรรจุเดิมตามที่ได้รับมา
- เก็บยาในที่แห้ง อย่าให้โดนแสงแดดโดยตรง ควรเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส
- ไม่เก็บในที่ร้อนหรือชื้น เช่น รถยนต์ ห้องน้ำ หรือห้องครัว
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยย่อทั่วไป โปรดอ่านเอกสารกำกับยาอย่างละเอียดก่อนใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชหากมีข้อสงสัย
ยาไอบูโพรเฟนในงานทันตกรรม
ทำไมทันตแพทย์จึงสั่งจ่ายยานี้
ยาไอบูโพรเฟนเป็นยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)
ยานี้ออกฤทธิ์ลดการอักเสบและอาการบวมที่เกิดขึ้นตามหลังการทำฟัน และเมื่อการอักเสบลดลง อาการปวดจึงทุเลาตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จึงควรรับประทานตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด มิใช่รับประทานเฉพาะเมื่อมีอาการปวด เนื่องจากการอักเสบยังคงดำเนินอยู่แม้ในช่วงที่ยังไม่รู้สึกปวด การควบคุมการอักเสบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้รับประทานอาหาร พักผ่อน และฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงแรกหลังการรักษา
ยาช่วยจัดการกับอาการที่ผู้ป่วยรู้สึก แต่ไม่ได้ขจัดต้นเหตุของปัญหา ฟันซี่ที่ต้องได้รับการรักษา ก็ยังคงต้องได้รับการรักษาอยู่ดี
ใช้กับหัตถการใดบ้าง
- การถอนฟัน / ฟันคุด — การถอนฟัน, ฟันคุด, การดูแลหลังผ่าตัด
- การรักษารากฟัน — การรักษารากฟัน, การดูแลหลังผ่าตัด
- ผ่าตัดเหงือก — ทันตกรรมโรคเหงือกปริทันต์, การดูแลหลังผ่าตัด
- รากฟันเทียม — รากฟันเทียม, การดูแลหลังผ่าตัด
หากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือแย่ลง กรุณาติดต่อคลินิก