อ็อกเมนติน 1 กรัม (ชนิดเม็ด)
อ็อกเมนติน เป็นยาสูตรผสมระหว่าง amoxicillin และ clavulanic acid ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุจากแบคทีเรีย ได้แก่การติดเชื้อที่หู ปอด ไซนัส ผิวหนัง ทางเดินปัสสาวะ amoxicillin เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนิซิลลิน ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย clavulanic acid เป็นยาที่ยับยั้งเอนไซม์ beta-lactamase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียถูกทำลายโดย amoxicillin ยา Augmentin ไม่สามารถรักษาโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อไวรัส
1.ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา: ห้ามใช้ยาในผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้
- การแพ้ยา penicillin หรือยา cephalosporin
- เคยมีภาวะดีซ่านหรือตับผิดปกติจากยา Augmentin (อะม็อกซี่ซิลลินร่วมกับกรดคลาวูลานิก)
- โรคติดเชื้อ Epstein-Barr virus
แจ้งทันตแพทย์ก่อนรับประทาน Augmentin หากท่าน
- มีโรคไต เพราะอาจต้องปรับขนาดยา
- มีโรคตับ
- กำลังให้นมบุตร
- ใช้ยาวาร์ฟาริน (warfarin) หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดอื่น หรือยาเมโธเทรกเซต (methotrexate)
2. วิธีใช้ยา :
- รับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
- รับประทานยานี้ตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น ขนาดยา จำนวนครั้งต่อวัน และจำนวนวันที่ต้องรับประทาน ระบุไว้บนฉลากยาของท่าน ห้ามรับประทานเกินขนาดที่สั่ง
- หากลืมรับประทานยา ควรทำอย่างไร: รับประทานได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้เวลาของมื้อถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
3.ข้อควรปฏิบัติขณะใช้ยา :
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้ยา
- แจ้งแพทย์หรือเภสัชหากกำลังใช้ยาอื่นๆ
- ห้ามใช้ยาเกินขนาดที่แพทย์สั่ง
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
4.อันตรายที่อาจเกิดจากยา :
- ผลข้างเคียงทั่วไป : อาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นคัน
- ผลข้างเคียงรุนแรง : อาการแพ้ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ
- การเกิด superinfection
- ให้หยุดยาและติดต่อคลินิกหรือแพทย์ทันที หากมีผื่น หน้าบวม หายใจลำบาก ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นน้ำหรือมีเลือดปน หรือตัวเหลือง ตาเหลือง แม้จะเกิดขึ้นหลังรับประทานยาครบแล้วหลายสัปดาห์
5. ควรเก็บยาอย่างไร:
- เก็บยาในอุณหภูมิห้อง
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
- เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิด
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยย่อทั่วไป โปรดอ่านเอกสารกำกับยาอย่างละเอียดก่อนใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชหากมีข้อสงสัย
อ็อกเมนตินในงานทันตกรรม
ทำไมทันตแพทย์จึงสั่งจ่ายยานี้
อ็อกเมนตินเป็นยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะมิใช่ยาแก้ปวด จึงไม่ได้บรรเทาอาการปวด แต่สั่งจ่ายเพื่อรักษาการติดเชื้อ หรือลดความเสี่ยงของการติดเชื้อหลังการทำฟัน ขอให้รับประทานยาให้ครบทุกมื้อ ครบจำนวนวันที่ทันตแพทย์กำหนด แม้อาการปวดและบวมจะหายไปแล้ว
การรับประทานยาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ซ่อมแซมฟันหรือเหงือกที่เป็นจุดเริ่มต้นของการติดเชื้อ ส่วนนั้นยังคงต้องได้รับการรักษา
ใช้กับหัตถการใดบ้าง
- รากฟันเทียม — รากฟันเทียม, ฝังรากฟันเทียมทันทีหลังถอนฟัน, การดูแลหลังผ่าตัด
- ปลูกกระดูกสำหรับรากฟันเทียม — ปลูกกระดูกสำหรับรากฟันเทียม, การดูแลหลังผ่าตัด
- การถอนฟัน / ฟันคุด — การถอนฟัน, ฟันคุด, การดูแลหลังผ่าตัด
- ศัลยกรรมช่องปาก
หากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือแย่ลง กรุณาติดต่อคลินิก