อาร์โคเซีย 90 มิลลิกรัม และ 120 มิลลิกรัม(ชนิดเม็ด)
อาร์โคเซีย เป็นชื่อการค้าของยาอีโทริค็อกซิบ (Etoricoxib) มี 3 ขนาด ได้แก่ 60 มก. 90 มก. และ 120 มก. จัดอยู่ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ลดการอักเสบและอาการปวดโดยยับยั้งเอนไซม์ COX-2 โดยทั่วไประคายเคืองกระเพาะอาหารน้อยกว่ายาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs รุ่นเก่า แต่ยังอาจเกิดแผลในกระเพาะอาหารและเลือดออกได้
1.ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา: ห้ามใช้ยาในผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้
- โรคแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้
- โรคเลือดออกทางระบบทางเดินอาหาร
- มีประวัติหอบหืด
- โรคหัวใจหรือหัวใจล้มเหลว เคยเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองหรือสมองขาดเลือดชั่วคราว หรือโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ
- ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้
- โรคไตรุนแรง
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น โรคโครห์น หรือลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล
- เด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี
- โรคตับ
- กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- แพ้ยา Arcoxia หรือยา NSAID อื่นๆ
2) วิธีใช้ยา:
- รับประทานยา Arcoxia ตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
- รับประทานยานี้ตามที่ทันตแพทย์สั่งเท่านั้น ขนาดยา จำนวนครั้งต่อวัน และจำนวนวันที่ต้องรับประทาน ระบุไว้บนฉลากยาของท่าน ห้ามรับประทานเกินขนาดที่สั่ง
- ควรรับประทานยาพร้อมมื้ออาหาร
- หากลืมรับประทานยา ควรทำอย่างไร: รับประทานได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้เวลาของมื้อถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า
3.ข้อควรปฏิบัติขณะใช้ยา :
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ขณะใช้ยานี้
- แจ้งแพทย์หรือเภสัชหากกำลังใช้ยาอื่นๆ
- ห้ามใช้ยาเกินขนาดที่แพทย์สั่ง
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
4.อันตรายที่อาจเกิดจากยา :
- ผลข้างเคียงทั่วไป : อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ลำไส้ ท้องเสีย อาการ ทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่นหัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง
- ผลข้างเคียงรุนแรง: อาการแพ้ยา หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หัวใจล้มเหลว ขาบวม อุจจาระสีดำหรือมีเลือดปน หรืออาเจียนเป็นเลือด หากมีอาการเหล่านี้ ให้หยุดยาและรีบไปพบแพทย์ทันที
5. ควรเก็บยาอย่างไร:
- เก็บยาในอุณหภูมิห้อง
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
- เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิด
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยย่อทั่วไป โปรดอ่านเอกสารกำกับยาอย่างละเอียดก่อนใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชหากมีข้อสงสัย
อาร์โคเซียในงานทันตกรรม
ทำไมทันตแพทย์จึงสั่งจ่ายยานี้
อาร์โคเซียเป็นยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)
ยานี้ออกฤทธิ์ลดการอักเสบและอาการบวมที่เกิดขึ้นตามหลังการทำฟัน และเมื่อการอักเสบลดลง อาการปวดจึงทุเลาตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้จึงควรรับประทานตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด มิใช่รับประทานเฉพาะเมื่อมีอาการปวด เนื่องจากการอักเสบยังคงดำเนินอยู่แม้ในช่วงที่ยังไม่รู้สึกปวด การควบคุมการอักเสบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้รับประทานอาหาร พักผ่อน และฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงแรกหลังการรักษา
ยาช่วยจัดการกับอาการที่ผู้ป่วยรู้สึก แต่ไม่ได้ขจัดต้นเหตุของปัญหา ฟันซี่ที่ต้องได้รับการรักษา ก็ยังคงต้องได้รับการรักษาอยู่ดี
ใช้กับหัตถการใดบ้าง
- การถอนฟัน / ฟันคุด — การถอนฟัน, ฟันคุด, การดูแลหลังผ่าตัด
- การรักษารากฟัน — การรักษารากฟัน, การดูแลหลังผ่าตัด
- ผ่าตัดเหงือก — ทันตกรรมโรคเหงือกปริทันต์, การดูแลหลังผ่าตัด
- รากฟันเทียม — รากฟันเทียม, การดูแลหลังผ่าตัด
หากอาการปวดไม่ทุเลาลงหรือแย่ลง กรุณาติดต่อคลินิก