การดูแลตนเองหลังการรักษาด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่
1. อาการที่อาจเกิดขึ้นตามปกติหลังการรักษา
- บริเวณที่ฉีดยา (ริมฝีปาก แก้ม ลิ้น หรือเหงือก) จะรู้สึกชาประมาณ 2–4 ชั่วโมง แล้วค่อยๆ กลับมารู้สึกเป็นปกติ
- อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย หลังยาชาหมดฤทธิ์
- อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเจ็บเหงือกเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดยา ซึ่งมักหายไปเองภายในไม่กี่วัน
เกี่ยวกับยาชาที่ท่านได้รับ
ทันตแพทย์ได้ฉีดยาชาเฉพาะที่ของบริษัท Septodont. ขึ้นอยู่กับหัตถการและประวัติทางการแพทย์ของท่าน ทันตแพทย์ได้ใช้ยาชาชนิดใดชนิดหนึ่งต่อไปนี้:
- อาร์ติเคน 4% ผสมอิพิเนฟริน 1:100,000
- เมพิวาเคน 3% ชนิดไม่ผสม — ไม่มีอิพิเนฟริน
- เมพิวาเคน 2% ผสมอิพิเนฟริน 1:100,000
เหตุใดยาชาบางตัวจึงผสมอิพิเนฟริน อิพิเนฟรินทำให้หลอดเลือดฝอยบริเวณที่ฉีดหดตัว ยาชาจึงคงอยู่ตรงตำแหน่งที่ต้องการ ทำให้อาการชานานขึ้นและได้ผลสม่ำเสมอกว่า ทั้งยังช่วยลดเลือดออกระหว่างทำหัตถการ และเป็นเหตุผลที่ริมฝีปากหรือแก้มของท่านอาจยังชาต่อไปอีกหลายชั่วโมงหลังกลับบ้าน
หากแพทย์เคยแจ้งให้ท่านหลีกเลี่ยงอิพิเนฟริน หรือท่านเคยมีปฏิกิริยาต่อยาชาทางทันตกรรมมาก่อน ขอให้แจ้งคลินิกก่อนการรักษาครั้งถัดไป
2. แนวทางการดูแลตนเองหลังการรักษา
- งดรับประทานอาหารจนกว่ายาชาจะหมดฤทธิ์ (2–4 ชม.) เริ่มจากอาหารอ่อน อุณหภูมิปกติ
- หากมี อาการปวดหรือระบมเหงือก:
- ประคบเย็นบริเวณแก้มประมาณ 10–15 นาที เพื่อลดอาการบวม
- รับประทานยาแก้ปวดทั่วไป เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือพาราเซตามอล (acetaminophen) เมื่อมีอาการ
- บ้วนปากเบาๆ ด้วยน้ำเกลืออุ่น (เกลือ ½ ช้อนชาในน้ำอุ่น 240 มล.) วันละ 3–4 ครั้ง
- สำหรับคนไข้ที่มีประวัติ กัดแก้ม/ริมฝีปากเป็นแผล:
- นวดบริเวณที่ชาเบาๆ ด้วยปิโตรเลียมเจลลี่ (วาสลีน) เพื่อปกป้องและบรรเทาเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก
- ประคบเย็นบริเวณที่บวมเพื่อบรรเทาอาการ
- หากมีแผลถลอกหรือแผลร้อนในเกิดขึ้น ให้บ้วนปากด้วยน้ำเกลือหลังรับประทานอาหาร และทายาเจลป้ายปากหรือขี้ผึ้งป้องกันแผล เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
- ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อช่วยขับยาชาออกจากร่างกายได้รวดเร็วและลดอาการคลื่นไส้ที่อาจเกิดขึ้นหลังการรักษา
- นอนหลับโดยใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยลดอาการบวมของใบหน้าในช่วงแรกหลังการรักษา
3. สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังการรักษา
- ห้ามกัด เคี้ยว เกา หรือแกะ บริเวณที่ยังชา จนกว่าความรู้สึกจะกลับมาเป็นปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว
- หลีกเลี่ยงการใช้ หลอดดูดการสูบบุหรี่ หรือรับประทาน อาหารที่รสจัด ร้อน หรือแข็ง ในช่วงที่ยังรู้สึกชาอยู่
- งดทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก หรือกิจกรรมใดๆ ที่อาจทำให้เนื้อเยื่อที่ยังชาบาดเจ็บเพิ่มเติม
- หากคุณเคยมีประวัติบาดเจ็บบริเวณแก้มหรือริมฝีปากขณะรู้สึกชา ควรเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ และ ใช้สารหล่อลื่นหรือเจล ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
4. อาการที่ควรรีบแจ้งทันตแพทย์ทันที
- อาการชานานเกิน 6 ชั่วโมง หลังการฉีดยา
- อาการปวดเหงือกอย่างรุนแรง บวมหรือมีรอยฟกช้ำ และแย่ลงหลังจากผ่านไป 2-3 วัน
- มีอาการในช่องปากอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แสบร้อน หรือรู้สึกชาเหมือนเข็มทิ่ม.
- มีอาการแพ้ เช่น ผื่นลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก.
- มีเลือดออกหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดบริเวณที่ฉีดยาโดยเฉพาะหากเลือดออกนานเกิน 24 ชั่วโมงหรือหยุดเลือดยาก.
5. ช่องทางการติดต่อ
ฉันหากคุณมีอาการผิดปกติ หรือไม่แน่ใจว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไรหลังการรักษา กรุณาติดต่อคลินิกโดยเร็วที่สุด เจ้าหน้าที่ของเราจะพิจารณาความเร่งด่วนและจัดลำดับคิวพบทันตแพทย์ให้เหมาะสม เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่รวดเร็วและปลอดภัย
ช่องทางติดต่อกิจจาคลินิกทันตกรรม
โทรศัพท์: 053-200201 หรือ 091-797-7888
LINE: nav.cx/5PmNyFR
WhatsApp: https://wa.me/66917977888
Facebook Messenger: https://m.me/kitchaclinic