เพรดนิโซโลน 5 มิลลิกรัม (ชนิดเม็ด)
เพรดนิโซโลน เป็นยากลุ่มสเตอรอยด์ใช้เพื่อบรรเทาอาการแพ้ หรือลดอาการอักเสบที่รุนแรง และการใช้รักษาโรคบางชนิดที่เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ซึ่งต้องวินิจฉัยโดยแพทย์ การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงได้จึงต้องสั่งจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น
1. ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา : ห้ามใช้ยานี้เมื่อไหร่
- เมื่อเคยแพ้ยานี้ หรือกลุ่มสเตอรอยด์ชนิดอื่น
- กำลังเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ เพราะยานี้ทำให้แผลรุนแรงขึ้น และกระเพาะอาหารหรือลำไส้ทะลุได้
- กำลังเป็นวัณโรค หรือกำลังติดเชื้อไวรัส เช่น อีสุกอีใส งูสวัด หาด หรือที่กระจกตา เพราะทำให้โรคติดเชื้อเหล่านี้รุนแรงขึ้น
- กำลังเป็นโรคกระดูกพรุน เพราะทำให้กระดูกพรุนมากขึ้น และกระดูกแตกหักง่ายขึ้น
- เป็นโรคทางจิตขั้นรุนแรง เพราะทำให้อาการทางจิตรุนแรงขึ้น
1.1 ข้อควรระวังเมื่อใช้ยานี้ : ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้ในกรณีต่อไปนี้ เพราะอาจทำให้โรครุนแรงขึ้นหรือเกิดอันตรายจากยานี้มากขึ้น
- เด็ก อาจทำให้เด็กเติบโตช้ากว่าปกติ
- ผู้สูงอายุ เพิ่มความเสี่ยงอันตรายจากการใช้ยา
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง , โรคความดันโลหิตสูง ,โรคต้อหิน โรคต้อกระจก, โรคตับ ,โรคไทรอยด์บางชนิด ,โรคเบาหวาน ,โรคลมชัก ,โรคหัวใจ แจ้งแพทย์หากท่านอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้
- เเจ้งแพทย์หากคุณอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- กำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก เพราะอาจมีอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่แพทย์อาจพิจารณาสั่งใช้ยานี้หากมีเหตุผลทางการแพทย์
- กำลังให้นมบุตร
- ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาหรือเครื่องดื่มต่อไปนี้ เพราะอาจมีผลต่อการรักษาหรือเกิดอันตรายได้เช่น อย่ากดภูมิ, ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตยรอยด์ เช่น (ไพร็อกซิแคม ไอบูโปรเฟน) ยากันชัก ,ยาขับปัสสาวะ ,ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ,ยาต้านเบาหวาน, ยาต้านวัณโรค, ยาต้านไวรัสเอดส์, ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย, วัคซีน, เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
2. วิธีใช้ยา : ขนาดและวิธีใช้
- ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
- กินยานี้พร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที หรือกินยาพร้อมนม และดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดอาการปวดมวนท้อง
- ถ้ากินยาวันละ 1 ครั้ง ให้กินหลังอาหารมื้อเช้าเพื่อลดผลข้างเคียงของยา
2.1 หากลืมทานยาควรควรทำอย่างไร
- ให้ทานยาวันละ 1 ครั้ง และนึกออกภายในภายใน 12 ชั่วโมงให้ทานยาทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าลืมเกิน 12 ชั่วโมง ไม่ต้องทานยามื้อนั้น ให้รอทานยาของมื้อถัดไป และห้ามทานยาเพิ่มเป็น 2 เท่า
- ถ้าทานยามากกว่าวันละ1 ครั้ง หรือทานยาแบบวันเว้นวัน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชชกร
3.ข้อควรปฏิบัติขณะใช้ยา :
- ใช้ยานี้ตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หากอาการแย่ลงหรือมีผลข้างเคียงจากยาที่ทนไม่ได้ให้แจ้งแพทย์
- ห้ามลดหรือหยุดกินยาเอง เพราะอาจท าให้อาการของโรคกำเริบหรือเกิดอาการขาดยา ทำให้ความดันเลือดต่ำหมดสติได้
- อย่าอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อวัณโรคและไวรัส เช่น อีสุกอีใส หัด เพราะยานี้ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และมีอาการติดเชื้อรุนแรง หากมีอาการติดเชื้อรุนแรง เช่น มีไข้ มีผื่น ให้รีบไปพบแพทย์
- แจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่ากำลังใช้ยานี้หากต้องผ่าตัดหรือทำฟัน เนื่องจากอาจต้องเพิ่มขนาดยาเพิ่ม
4.อันตรายที่อาจเกิดจากยา :
อาการที่ต้องหยุดยาแล้วรีบพบแพทย์ทันที
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเส้นเอ็น , คันช่องคลอดหรือตกขาวผิดปกติ , บวมที่ใบหน้าเปลือกตาริมฝีปากลมพิษ , ประจำเดือนผิดปกติ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน รุนแรง, ปวดหลัง ปวดกระดูก กระดูกแตกหัก , ปวดหัว ปวดตาตาพร่า มองเห็นไม่ชัด , ผื่นแดง ตุ่มพอง ผิวหนังหลุดลอก มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง รอยฟกช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ , มีอาการชัก , มีอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ , รู้สึกอ่อนเพลียรุนแรง ,หน้ากลมบวม ตัวบวม น้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติและเท้าบวม , หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก , อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ ประสาทหลอน ซึมเศร้า อยากฆ่าตัวตาย , อุจจาระมีสีดำดำคล้ายยางมะตอยหรือมีเลือดปน อาการที่ไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่ถ้ามีอาการรุนแรงให้พบแพทย์ทันที
อาการที่ไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่ถ้ามีอาการรุนแรงให้พบแพทย์ทันที
- ปวดมวนท้อง อาหารไม่ย่อย , เป็นสิว ผิวหนังบางลง ผิวหนังแตก ,มีขนตามร่างกายมากขึ้น, เหงื่อออกมาก อยากอาหารมากขึ้น และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
5. ควรเก็บยาอย่างไร:
- เก็บยานี้ไว้ในภาชนะบรรจุเดิมตามที่ได้รับมา
- เก็บยาในที่แห้ง อย่าให้โดนแสงโดยตรงโดยทั่วไปควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส)
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลโดยย่อทั่วไป โปรดอ่านเอกสารกำกับยาอย่างละเอียดก่อนใช้ และสอบถามแพทย์หรือเภสัชหากมีข้อสงสัย